ั้องคุณหนูรองบ้างแล้ว
จิตใจสงบลงทันใด
นิ้วมือซึ่งซุกซ่อนอยู่ใต้ชายแขนเสื้อของโหยวฟางอิ๋นกำแน่นอย่างเงียบ ๆ ทั้งยังกำแผ่นกระดาษที่ตนเก็บซ่อนในแขนเสื้อก่อนหน้านี้
นางรู้ว่าโอกาสมาถึงแล้ว
วันนี้โหยวเย่ว์สวมชุดกระโปรงหรู[1]สีชมพูสดงดงาม เนื่องจากสองวันนี้อากาศหนาวเย็นลงกะทันหัน นางจึงนำที่ซุกมือขนกระต่ายมาด้วยประหนึ่งว่าตนบอบบางหนักหนา ซุกมือทั้งสองข้างไว้ด้านใน ยืนเหลือบมองโหยวฟางอิ๋นอยู่ตรงประตู จากนั้นก็กวาดตามองเรือนอันซอมซ่อรอบหนึ่ง รู้สึกรังเกียจที่จะเดินเข้าไปเสียด้วยซ้ำ เพียงยืนอยู่หน้าธรณีประตูพลางเย้ยหยัน “ได้ยินคนเขาพูดกันว่าเหมือนเมื่อวานเจ้าออกจากจวนอย่างนั้นหรือ?”โหยวฟางอิ๋นตอบทันที “เปล่าเจ้าค่ะ ไม่มีเรื่องเช่นนั้น”
“เปล่า?”
โหยวเย่ว์ใบหน้าบึ้งตึงในบัดดล ตวาดถามคนข้างหลังนางทันที
“ปั้าจาง เจ้าออกมาพูดหน่อยสิว่ามีหรือไม่มีกันแน่!”
หญิงรับใช้ซึ่งรับหน้าที่ทำงานหยาบก้าวออกมาจากเบื้องหลังโหยวเย่ว์ทันที ลักษณะของนางมองแวบเดียวก็รู้ว่าเป็นคนร้ายกาจ ขณะนี้กำลังชี้ปลายจมูกโหยวฟางอิ๋นแล้วพูดว่า “บ่าวไม่มีทางตาฝาดแน่นอนเจ้าค่ะ เมื่อวานบ่าวไปร้านผ้าไหมเพื่อรับผ้าที่จะนำมาตัดชุดใหม่ให้ท่านกลายเป็นว่ามองแวบเดียวก็เห็นนางเด็กนี่ซื้อผ้าไหมชั้นดีจากร้านมาพับหนึ่งแล้วจากไป ถึงแม้บ่าวจะอายุมากแล้ว แต่หลายปีนี้สายตาไม่เคยผิดพลาดแม้แต่น้อย ตอนนั้นบ่าวเองก็รู้สึกสงสัยเช่นกัน ด้วยสถานะของคุณห