ิงถอนสายตากลับคืนมาอย่างแช่มช้า ในที่สุดก็สัมผัสความหนาวเย็นได้เล็กน้อย
นางยกมือปิดหน้าอีกครั้ง น้ำตาเอ่อท้นคลอหน่วยจางเจอ ชาติก่อนข้าเป็นฮองเฮา เป็นคนเลวคนหนึ่ง ติดค้างเจ้าเอาไว้มากมายเหลือเกิน
ชาตินี้ ข้าไม่เป็นฮองเฮาและจะเป็นคนดี…
พอจะเคียงคู่เจ้าได้หรือไม่
“คุณหนู ท่าน ท่านเห็นอะไรหรือเจ้าคะ เหตุใดถึงร้องไห้?”
เมื่อเห็นว่านางยืนนิ่งไม่ไหวติงอยู่ข้างหน้าต่างเนิ่นนาน เหลียนเอ๋อร์และถังเอ๋อร์จึงก้าวเข้าไปหาเพื่อตรวจดู กลับต้องตะลึงงันเพราะน้ำตาที่ไหลนองหน้าของนางเจียงเสวี่ยหนิงกลับหัวเราะ หยิบผ้าเช็ดหน้าปักลายขึ้นมาเช็ดขอบตาแดงก่ำของตน “ไม่มีอะไร ลมมันแรงเกินไป เลยทำให้ตาพร่าก็เท่านั้นเอง”
นางสั่งให้เด็กสาวทั้งสองคนปิดหน้าต่างเนื่องจากรอเยี่ยนหลินจนรู้สึกล้าอยู่บ้าง เจียงเสวี่ยหนิงจึงเอนพิงตั่งกุ้ยเฟย[1]ภายในห้องเพื่อพักผ่อน ขณะกำลังหลับตาลงเล็กน้อย จิตใจกลับรู้สึกสุขสงบ
เพียงเอ่ยขึ้นมาเบา ๆ ว่า “พอเยี่ยนหลินมาแล้วให้เรียกข้า”
เด็กสาวทั้งสองคนตอบรับเสียงเบา “เจ้าค่ะ”แต่สายปั่านนี้แล้ว เยี่ยนซื่อจื่อยังจะมาอีกหรือ
——————–
1. ตั่งกุ้ยเฟย เป็นเก้าอี้ตัวยาวที่เอนกายนอนได้ มีประวัติเกิดจากท่านั่งเอียงตัวด้วยความเกียจคร้านของหยางกุ้ยเฟย เมื่อฮ่องเต้ถังเสวียนจงเห็นเข้าก็เกิดความหลงใหลจึงสั่งให้สร้างเก้าอี้ที่มีลักษณะเหมาะแก่ท่าเอนนอนนี้ขึ้น