ดเขาก็รู้เป็นอย่างดี แต่ท่าทางเช่นนี้เขายังไม่เคยเห็นมาก่อน
ฉะนั้นจึงรับรู้ได้ทันทีว่าอีกฝั่ายมีความในใจ
หย่งอี้โหวมองสำรวจบุตรชายตั้งแต่ศีรษะจดปลายเท้าพลางหัวเราะ “ทำไม ทะเลาะกับยายหนูเสวี่ยหนิงอย่างนั้นหรือ?”
เยี่ยนหลินกลับไม่หัวเราะ สายตาที่ประทับบนร่างบิดามิได้เคลื่อนย้ายไปไหน เพียงเอ่ยถามว่า “ท่านพ่อ ท่านทราบเรื่องที่ฝั่าบาททรงส่งองครักษ์เสื้อแพรมาสืบคดีของกลุ่มกากเดนกบฏผิงหนานอ๋องหรือไม่ขอรับ?”
“…”
หย่งอี้โหวที่กำลังยกสุราอยู่แต่เดิมหยุดชะงักทันควัน
เมื่อเงยศีรษะขึ้นมาก็สบกับสายตาคมปลาบของเยี่ยนหลิน ความแหลมคมของหนุ่มน้อยฉายวาบผ่านนัยน์ตาคู่นี้จนหมดสิ้น ทำให้คนไม่อาจหลบหลีกได้ อย่างไรก็ตามเมื่อพิเคราะห์ความนัยซึ่งแฝงอยู่ในคำพูดเขาอย่างถ้วนถี่ ทันใดนั้นเองหย่งอี้โหวก็เข้าใจว่าอะไรเป็นอะไร
ปราศจากความตื่นตระหนกทั้งยังไม่ได้รู้สึกเหนือความคาดหมาย
หย่งอี้โหวพลันหัวเราะ จากนั้นก็เค้นเสียงหัวเราะจนดังลั่น ปรบมือส่ายหน้าประหนึ่งหวนนึกถึงเรื่องราวหนหลังซึ่งทั้งเหลวไหลและไร้สาระอะไรขึ้นมาได้ ทว่ายามเอ่ยปากกลับแฝงความเคียดแค้นและความบ้าคลั่งอันฝังรากลึกถึงกระดูกชนิดหนึ่ง…“ที่ควรจะมาก็ต้องมาอยู่ดี! ผ่านมายี่สิบปีแล้วข้าไม่อาจลืมเลือน ส่วนพวกมันที่เคยก่อเรื่องน่าละอายก็ไม่เคยลืมเลือนเช่นกัน! ฮ่า ๆ ๆ ๆ …”
———————
เหตุใดหย่งอี้โหวถึงเขียนจดหมายติดต่อกับกากเดนของกลุ่มกบฏผิงหนานอ๋อง?
ทั้งที่