ตามสนองกันเล่า?” หลี่ว์เสี่ยนทอดถอนใจอย่างเสแสร้ง “ดูเจ้าสิ วัน ๆ รู้จักแต่ข่มข้า ทั้งยังให้ข้าออกเงินทำงานให้เจ้าอีกด้วย ผลคือคิดไม่ถึงว่ากลับถูกคนแย่งซื้อเส้นไหมดิบไปก่อนมิหนำซ้ำตอนนี้ยังสร้างปริศนาใหญ่เช่นนี้ออกมาอีก ส่งเตาฉินออกไปปั่านนี้ยังไม่กลับมาเลย คิดว่าคงสะกดรอยตามจนพบเจออะไรบ้างแล้วละเฮ้อ เซี่ยจวีอันหนอเซี่ยจวีอัน ข้าคือเทพเจ้าแห่งความมั่งคั่งของเจ้าแท้ ๆ ภายภาคหน้าเจ้าจะต้องดีต่อข้าสักหน่อยนะ เข้าใจหรือไม่?”
เจี้ยนซูยืนเยื้องอยู่ทางด้านหลัง กำลังกลอกตาค้อนใส่เขา
ท้ายทอยของหลี่ว์เสี่ยนคล้ายมีดวงตางอกพูดเอื่อยเฉื่อยว่า “เจี้ยนซู ตาขาวของเจ้าไม่น่าดูชม ถ้ายังค้อนใส่ข้าอีก คราวหน้าจะให้เจ้าเป็นคนสะกดรอยตามเอานะ”เจี้ยนซู “…”
ช่างเถอะ งานลำบากอย่างการลอบสะกดรอยตามผู้อื่น แม้แต่คนจะพูดคุยแก้เบื่อยังไม่มีสักคน ต่อไปคงเหมือนเตาฉิน ถูกทรมานจนไม่มีคนคุยด้วยแล้วต้องพูดกับตัวเองแทน หากเป็นเช่นนั้นคงแย่แน่
อดทนประเดี๋ยวเดียวชีวิตก็จะสงบสุขแล้ว
ยามนี้เซี่ยเวยถึงหันศีรษะกลับมามองหลี่ว์เสี่ยน ครั้นเห็นเขานอนพาดขาก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยเพียงเอ่ยออกมาว่า “เจ้าเชื่อหรือไม่ว่าข้าจะสั่งให้คนจับเจ้าโยนออกไปเดี๋ยวนี้เลย”
หลี่ว์เสี่ยน “…”
เอาเถอะ ลูกพี่ยังอยู่ที่นี่
อดทนประเดี๋ยวเดียวชีวิตก็จะสงบสุขแล้ว
หลี่ว์เสี่ยนเบะปาก นั่งลำตัวเหยียดตรงอย่างไม่ยินยอม ทว่ากลับเผยสีหน้าครุ่นคิด “เซี่ยจวีอัน ตัวเจ