้านี่นะช่างน่าสนใจเสียจริง ภายนอกดูเหมือนผู้ศึกษาหาความรู้ปกติทั่วไป มีเด็กน้อยสองคนข้างกายชื่อ ‘ซู[1]’เอย ‘ฉิน[2]’ เอยน่ะช่างเถอะ แต่ยังจะมาเพิ่มคำว่า ‘เตา[3]’ และ‘เจี้ยน[4]’เข้าไปอีก ข้าลองขบคิดอย่างถ้วนถี่แล้วภายในตัวเจ้าซุกซ่อนความดุร้ายอันตรายอยู่บ้างจริง ๆ”เซี่ยเวยตอบด้วยความสงบเยือกเย็น “หากข้าไม่ดุร้ายและอันตราย เจ้าจะยอมทำงานให้ข้าหรือ?”
หลี่ว์เสี่ยนปรบมือหัวเราะร่า “ใช่แล้วละ ใช่แล้วละ!”
ย้อนคิดถึงสมัยก่อน ตอนนั้นสภาฮั่นหลินมีผู้มีปณิธานและความสามารถตั้งมากมายปานนั้นเขาหลี่ว์เสี่ยนหยิ่งยโสโอหังเพราะถือว่ามีความรู้ความสามารถ จะแยแสก็แต่คนอย่างเซี่ยเวยเพียงผู้เดียว ต่อมาเมื่อเซี่ยเวยรีบรุดกลับบ้านเพื่อจัดการงานศพบุพการี เขาที่เห็นว่าผู้อื่นล้วนอยู่ในชนชั้นธรรมดาสามัญไร้ความสามารถจึงลาออกจากราชการคืนตราประทับ และกลับจินหลิงเพื่อเยี่ยมคารวะเซี่ยเวยถึงที่ทันที เมื่อเป็นเช่นนี้ถึงค่อย ๆ ตกหลุมพรางเซี่ยจวีอัน เป็นจิ้นซื่ออยู่ดี ๆ ดันถูกหลอกให้ไปทำการค้าเสียได้
คิดแล้วก็มีแต่น้ำตา
หลี่ว์เสี่ยนถอนหายใจยาวทีหนึ่ง “เส้นทางนี้หนอช่างแสนยาวไกล ข้าจะแสวงหาไปทั่วทุกแห่งหน!”
เขาเพิ่งจะพูดจบก็มีเสียงรายงานแว่วมาจากเบื้องนอก “คุณชายเตาฉินกลับมาแล้วขอรับ!”
หลี่ว์เสี่ยนเผยสีหน้าอับจนคำวาจา
จริงดังคาด ผ่านไปครู่หนึ่งชายหนุ่มชุดจิ้นจวงสีน้ำเงินก็ปรากฏกายตรงประตูทางเข้าห้องสร้างพิณ เขาเดินเข้าม