ั้งตรงหน้าพบเห็นเข้าอีก นางจึงพูดด้วยความขลาดกลัวว่า “เมื่อวานกลับไปแล้วรู้สึกดีใจมากเกินไป ไม่ทันระวังสะดุดล้มบนขั้นบันไดที่จวนจนมือถลอก ไม่ได้เป็นอะไรมากมายเจ้าค่ะ”
เจียงเสวี่ยหนิงออกแรงยึดกุมมือนางเอาไว้ไม่ให้นางชักมือข้างนั้นกลับ
หกล้มกระนั้นหรือ
โหยวฟางอิ๋นผู้นี้ท่าทางเซ่อซ่า จะหกล้มระหว่างเดินเหินก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้จริง ๆ
แต่…
นางพูดต่อไม่ได้แม้แต่ประโยคเดียว เพียงพลิกแขนเสื้อที่ปกปิดแขนข้างนั้นมิดขึ้นมา บนแขนซึ่งแต่เดิมก็มีรอยแผลตัดสลับกันไปมาจำนวนไม่น้อยอยู่แล้ว แผลเก่ายังไม่ทันจะหายดีกลับมีแผลใหม่เขียวบ้างม่วงบ้างแดงบ้างเพิ่มอีกจำนวนหนึ่ง
ถังเอ๋อร์และเหลียนเอ๋อร์ที่อยู่ด้านข้างเห็นแล้วสูดลมหายใจหนาวเหน็บเฮือกหนึ่ง รู้สึกทนไม่ไหวอยู่บ้าง
โหยวฟางอิ๋นก้มหน้าต่ำ
ในที่สุดเจียงเสวี่ยหนิงก็เงยศีรษะขึ้นมองนางอย่างเนิบช้า ถามว่า “เมื่อวานโหยวเย่ว์พี่หญิงรองของเจ้าก็เดินทางจากวังกลับจวนแล้วเช่นกันสินะ?”
——————–1. กำยานตู่โน่ว เป็นกำยานที่ทำจากยางไม้ชนิดหนึ่ง นิยมจุดกันในสมัยซ่ง มีต้นกำเนิดมาจากแคว้นเจนละ (ประเทศกัมพูชาในปัจจุบัน)2. เก้าอี้ซิ่วตุน เป็นเก้าอี้จีนโบราณ เป็นทรงกระบอกปั่องบริเวณกึ่งกลาง ลักษณะคล้ายกลองโบราณ มีผ้าแพรคลุมอีกชั้น