วงแตกทันที
น้ำชาสาดกระจาย อาบเปือนชายกระโปรงจนเปียกชุ่ม
ถังเอ๋อร์ตกใจสะดุ้งโหยง มองโหยวฟางอิ๋นด้วยสายตาประหลาดใจ “แม่นางโหยว ท่านไม่เป็นอะไรนะเจ้าคะ?”
“มะ มะ ไม่ ข้าไม่เป็นอะไร” โหยวฟางอิ๋นใช้มือหนึ่งกุมนิ้วของอีกมือใบหน้าเต็มไปด้วยความลนลานกระวนกระวาย คิดไม่ถึงเลยว่าตนจะทำถ้วยชาของเจ้าของบ้านคว่ำด้วยความซุ่มซ่ามและเลินเล่อในบ้านผู้อื่นเสียได้ รู้สึกอับอายขายหน้ายิ่งนัก “ต้องโทษข้าที่เมื่อกี้ใจลอยอีกแล้ว”
ใจลอยอย่างนั้นหรือ
สิ่งที่เจียงเสวี่ยหนิงเห็นเมื่อครู่เหมือนจะไม่ใช่ใจลอยนะ
นอกจากนี้ตอนโหยวฟางอิ๋นรับน้ำชาที่ถังเอ๋อร์ยกมา เห็นชัดว่าคล้ายสัมผัสถูกบริเวณที่เจ็บปวดสักแห่งจนเหมือนโดนลวกอย่างไรอย่างนั้น
บัดนี้เจียงเสวี่ยหนิงไม่ใช่คนที่จะถูกหลอกได้โดยง่ายอีกแล้ว นางจ้องมองอยู่นาน จากนั้นจึงเอ่ยว่า “เจ้ามานี่”
โหยวฟางอิ๋นรู้สึกกลัวหน่อย ๆ ไม่กล้าขยับเขยื้อน
เจียงเสวี่ยหนิงเพียงยื่นมือเข้าหานาง กล่าวคำเดิม “มานี่”
ในที่สุดโหยวฟางอิ๋นก็เดินเข้าไปหา
เจียงเสวี่ยหนิงหลุบดวงตาไม่มองนาง คว้ามือข้างที่นางกำเมื่อครู่ เพียงมองผาดเดียวก็เห็นรอยปริบริเวณปลายนิ้วนางรอยหนึ่ง ผิวหนังตรงนิ้วปลิ้นเผยให้เห็นเนื้อสีแดงด้านใน แม้บาดแผลจะไม่ใหญ่ แต่เห็นแล้วก็รู้สึกเจ็บ
โหยวฟางอิ๋นกำลังจะหดมือกลับตามจิตใต้สำนึก
เดิมทีสารรูปของนางก็ดูย่ำแย่มากพออยู่แล้วคิดไม่ถึงว่าจะถูกคุณหนูรองซึ่งเคยช่วยเหลือนางมาหลายคร