ุณที่ช่วยชีวิตข้า ข้านั่งตรงนี้ดีแล้วเจ้าค่ะ”
เจียงเสวี่ยหนิงอยากจะโน้มน้าว แต่เมื่อคิดว่านางแค่มาอยู่ตรงหน้าก็กระสับกระส่ายจนทำอะไรไม่ถูกแล้ว หากให้นั่งฝังตรงข้าม ไม่แน่ว่าอาจประหม่าจนพูดไม่ออกเลยก็ได้ ฉะนั้นจึงได้แต่ปล่อยผ่านไปเจียงเสวี่ยหนิงถามขึ้นว่า “ขามาเป็นอย่างไรบ้าง?”
โหยวฟางอิ๋นตอบ “ทำตามที่คุณหนูสั่งทุกอย่าง ตอนออกมาข้างนอกยังเหลียวซ้ายแลขวาอีกด้วย เพียงแต่ไม่มีผู้ใดตามข้ามาจริง ๆ เจ้าค่ะ”
“หากถูกเจ้าพบเห็นได้ คนที่สะกดรอยตามเจ้าก็ออกจะโง่งมเกินไปหน่อยแล้ว” เจียงเสวี่ยหนิงอดส่งเสียงหัวเราะออกมาไม่ได้ นางกวักมือเรียกให้ถังเอ๋อร์ยกน้ำชามา ก่อนพูดต่อไปว่า“อย่างไรเสียเจ้าทำตามที่ข้าบอกก็พอ ส่วนจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้คงต้องรอดูไปก่อน วันนี้ที่เรียกเจ้ามาเพราะเห็นว่าเมื่อวานเจ้ามีใจมุ่งมั่นอยากพัฒนาตนเอง ในเมื่ออยากหาเงินให้ได้มากกว่านี้ ก็ต้องมีวิธีใช้เงินทำให้เงินงอกเงย ข้าจึงเตรียมการบางอย่างก่อนเจ้าจะมาและมีหลายวิธีที่จะบอกเจ้า”
โหยวฟางอิ๋นพลันเบิกตาโพลงด้วยความประหลาดใจ
ยามนี้ถังเอ๋อร์ยกน้ำชาเข้ามาพอดี
ทางหนึ่งโหยวฟางอิ๋นกำลังคิดว่าตัวเองควรตอบเช่นไร ส่วนอีกทางหนึ่งก็รีบยื่นมือออกไปรับแต่ลืมไปว่ามือยังมีแผล เผลอสัมผัสโดนขณะรับถ้วยชา ความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นโดยไม่ทันได้ตั้งตัวทำให้นางมือสั่นสะท้านจนเกือบร้องโอดโอย
เพล้ง!
ด้วยเหตุที่ถือถ้วยชาเอาไว้ไม่มั่น ถ้วยชาจึงพลิกคว่ำร่