่ทุ่มเทอบรมเลี้ยงดูข้า ถึงแม้นางจะผิดต่อเจ้า แต่นางไม่ได้ผิดต่อข้า แล้วเจ้าจะให้ข้าใจดำอำมหิตทำร้ายนางได้อย่างไร?”
เมื่อเอ่ยถึงตรงนี้ นางกลับเผยสีหน้าเศร้าโศกอออกมาหลายส่วนอย่างเห็นได้ชัด
ทำได้เพียงนั่งลงไปอีกรอบด้วยท่าทางห่อเหี่ยวพร้อมเอ่ยว่า “ข้ารู้ว่าบัดนี้เจ้ากับท่านแม่ห่างเหินกันดั่งอยู่คนละฟากฟั้า ทว่าตอนเจ้าเพิ่งกลับมาถึงจวนเมื่อสี่ปีก่อน ท่านแม่คิดจะชดเชยให้เจ้าเช่นกัน แต่เจ้ามักเอ่ยถึงแต่หว่านเหนียงทั้งไม่ยอมรับการอบรมสั่งสอน คอยจี้ใจดำนางไปเสียทุกเรื่อง ด้วยเหตุนี้ความรู้สึกผิดบาปที่มีอยู่สิบส่วนจึงถูกลดเลือนจนหมดสิ้น ตรงข้ามกลับทำให้นางนึกถึงหว่านเหนียงอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ข้าเคยเตือนเจ้าไปแล้ว แต่เจ้าเองก็แค้นข้าเช่นกันทำให้เจ้าไม่ยอมฟัง”
เจียงเสวี่ยฮุ่ยเป็นคนฉลาดอย่างไม่ต้องสงสัย
ทว่าความฉลาดเช่นนี้มักทำให้เจียงเสวี่ยหนิงรู้สึกเย็นวาบอยู่เสมอ “ใต้หล้านี้ใช่ว่าใคร ๆ จะทำได้เช่นเจ้า เปรียบเทียบส่วนได้ส่วนเสียไปเสียทุกเรื่อง แล้งน้ำใจจนแทบจะกลายเป็นเลือดเย็น”
เจียงเสวี่ยฮุ่ยพูด “ดังนั้นเจ้าแค้นข้าก็สมควรแล้ว ข้าเองก็ไม่เคยเอาคืนเจ้ามาก่อนเลย”
เจียงเสวี่ยหนิงพลันอดหัวเราะออกมาไม่ได้เหมือนวันนี้นางเพิ่งได้รู้จักเจียงเสวี่ยฮุ่ยอย่างแท้จริงอย่างไรอย่างนั้น
นางไพล่นึกถึงเรื่องราวในชาติก่อนและชาตินี้ขึ้นมาทันที
เจียงเสวี่ยหนิงทอดสายตามองอีกฝั่าย กล่าวพึมพำราวกับตกในภวังค์ “เหตุ