ได้ นั่นคือก่อนสิ้นลมหว่านเหนียงคิดถึงแต่ลูกสาวในไส้ของนาง ข้าทำได้เพียงริษยาเจียนจะคลั่ง แต่เจ้ากลับไม่แยแสแม้แต่น้อย…”
มีเสียงดัง ‘ปัง’ คราหนึ่ง
เจียงเสวี่ยฮุ่ยมีสีหน้าเย็นชา นางผุดลุกขึ้นมาก่อนจะกระชากและปากำไลบนข้อมือวงนั้นลงบนโต๊ะทันที แย้งกลับไปว่า “ทำไมข้าต้องใส่ใจทำไมข้าต้องถามไถ่ด้วย? เจ้าริษยา นั่นเพราะเจ้าไม่ได้มันมา แต่สิ่งที่เจ้าริษยานั้นใช่ว่าข้าจะต้องการ”เจียงเสวี่ยหนิงเบนสายตากลับไปมองนาง
น้ำเสียงเจียงเสวี่ยฮุ่ยแฝงความเย็นชาอย่างหาได้ยากยิ่ง “หว่านเหนียงเป็นมารดาผู้ให้กำเนิดข้าก็จริง แต่ข้าไม่เคยพบหน้านางเลยสักครั้ง ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงว่านางมีจิตคิดไม่ซื่อก่อน จงใจสลับตัวเจ้ากับข้าสองคนจนทำให้เกิดเรื่องราวสารพัดอย่างในภายหลัง ความน่าเวทนาทุกอย่างล้วนมีจุดกำเนิดมาจากความแค้น น้องหญิงหนิง เจ้าเป็นคนกระทำตามอำเภอใจและให้ความสำคัญต่อความรู้สึก แต่ข้าทำไม่ได้ ข้าถูกเลี้ยงดูโดยท่านแม่มาตั้งแต่เด็ก สิ่งที่ได้เรียนรู้คือผู้มีสติและรู้จักเหตุผลจะเอาตัวรอดได้ หากไม่ถามไถ่เรื่องของหว่านเหนียง ข้าจะผิดต่อบุญคุณที่ให้กำเนิดของหว่านเหนียง หากถามไถ่เรื่องของหว่านเหนียงข้าก็จะผิดต่อบุญคุณที่เลี้ยงดูของท่านแม่ ในเมื่อไม่ว่าทำเช่นไรก็ไม่อาจทำให้สมบูรณ์พร้อมทั้งสองทางได้ แล้วเหตุใดข้าต้องทำให้ตนเองตกอยู่ในสภาพที่ไม่เป็นผลดีด้วย? นอกจากนี้ช่วงเวลาสิบกว่าปีจนเกือบยี่สิบปีที่ผ่านมา ท่านแม