ข้าได้รู้ชาติกำเนิดของตนเองครั้นหวนนึกถึงทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตจึงเข้าใจว่าเหตุใดนางต้องด่าทอข้า และเหตุใดจึงใช้สายตาเช่นนั้นมองข้า…”
เจียงเสวี่ยฮุ่ยกำมืออย่างเชื่องช้า ขณะกำไลโมราแดงวงนั้นสวมลงบนข้อมือตน นางรู้สึกเหมือนมีเหล็กร้อนกำลังนาบผิวหนัง ทำให้สุดท้ายเสียงของนางก็สั่นเครือเล็กน้อยโดยแทบจับสังเกตไม่ได้ “พอได้แล้ว ไม่ต้องเล่าแล้ว”
เจียงเสวี่ยหนิงกลับเหมือนไม่ได้ยิน พูดต่อไปว่า “เจ้าดูสิ สวรรค์ไม่ยุติธรรมสักเพียงใด ทั้งที่ข้าถูกสลับตัวกับเจ้าแท้ ๆ ควรได้ครอบครองทุกสิ่งที่เจ้ามี ข้าวของบางอย่างอย่างน้อยก็ควรมีส่วนของข้าด้วยสิ หว่านเหนียงเองก็รู้ว่าข้าไม่ใช่ลูกสาวของนาง ทั้งยังรู้ว่าลูกสาวที่แท้จริงของนางอยู่ในเมืองหลวง ส่วนมารดาบังเกิดเกล้าของข้ากลับไม่รู้เลยว่าเจ้าไม่ใช่ลูกสาวของนาง เลี้ยงดูเจ้าดั่งลูกในไส้ ทุ่มเทความรู้สึกให้สิบกว่าปี เมื่อเป็นเช่นนี้ข้าจึงไม่เพียงไม่ได้รับความชื่นชอบจากมารดาแท้ ๆ เท่านั้น แม้แต่ความชื่นชอบจากหว่านเหนียงก็ยังไม่ได้รับ เจ้าเสพสุขกับความรักของพวกนางทั้งสองคน ได้ครอบครองทุกสิ่ง ส่วนข้า…”
ข้ากลับไม่มีอะไรเลย
นางคล้ายได้ยินเสียงสายลมท่ามกลางปั่าเขาลำเนาไพรพัดผ่านดวงใจอีกครา มันกวาดม้วนไปทุกสิ่ง ไม่หลงเหลือสิ่งใดไว้ให้เลย “ดังนั้นขอเพียงเป็นสิ่งที่เจ้ามี ข้าจะต้องมีด้วย ขอเพียงเจ้ามีของดี ข้าจะต้องแย่งชิง แต่มีบางสิ่งที่ชาตินี้ข้าไม่อาจแย่งชิงไป