กมาทันที ปรบมือบอกว่า“เช่นนั้นเจ้าต้องส่งยอดฝีมือไปจับตาดูสักหลายคน ทางที่ดีที่สุดคือให้เตาฉินไปด้วยตนเอง หากฝังนายจ้างก็เป็นบุคคลอันร้ายกาจเช่นกัน จะได้ไม่ต้องเสียหายซ้ำซ้อน!”
เซี่ยเวยกล่าว “เตาฉินอาจไม่เต็มใจจะไปอย่าไร้สาระอีกเลย ข่าวร้ายอีกอย่างคืออะไร?”
ยามนี้หลี่ว์เสี่ยนกำลังจ้องมองเขาด้วยนัยน์ตาวาววาม
เซี่ยเวยยกถ้วยชาขึ้นมา นิ้วมือเรียวยาวซึ่งแตะบนกระเบื้องเคลือบมันวาวสีฟั้าสว่างหยุดชะงัก พลันรู้สึกถึงอะไรได้ “เกี่ยวข้องกับจวนหย่งอี้โหว?”
หลี่ว์เสี่ยนผงกศีรษะ รู้ว่าเมื่อมีเซี่ยเวยอยู่ตรงนี้ ขอเพียงเป็นเรื่องที่เกี่ยวพันกับจวนหย่งอี้โหวล้วนเป็นเรื่องใหญ่ทั้งสิ้น…
ถึงแม้จนบัดนี้เขาก็ยังไม่เข้าใจว่าเป็นเพราะเหตุใดก็เถอะ
เขาครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบกลับไปว่า“ระยะนี้จับกุมกลุ่มกบฏผิงหนานอ๋องได้ในเมืองหลวง ทั้งยังเกิดเหตุลอบสังหารขุนนางราชสำนักอยู่หลายครั้ง ฮ่องเต้ถูกยั่วโทสะอย่างเห็นได้ชัดสั่งให้สองหน่วยงานอย่างกรมอาญาและองครักษ์เสื้อแพรร่วมกันสืบเรื่องนี้ มิหนำซ้ำยังงัดข้อกันภายใน ดูว่าฝังไหนจะสืบว่าใครเป็นผู้เปิดทางอำนวยความสะดวกให้กบฏพวกนี้ในเมืองหลวงได้ก่อนกันอีกด้วย บรรดาตระกูลใหญ่ล้วนวิตกแตกตื่น ทุกคนต่างกลัวว่าจะสืบมาถึงตนเอง ต่อให้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับโจรกบฏ แต่ก็กลัวว่าจะถูกองครักษ์เสื้อแพรสืบเจอเรื่องอื่นเช่นกัน พูดได้ว่าทุกคนต่างอยากจะหลีกลี้หนีหน้าองครักษ์เสื้อแพร