ันฉวยโอกาสโก่งราคาอะไรสักอย่าง ข้าและเถ้าแก่สี่ว์กลัวมาก แต่สองวันผ่านไปก็ยังไม่มีคนมาจับกุมพวกเรา ทว่าเมื่อเย็นวานมีผู้ดูแลที่จวนของข้าคนหนึ่งถูกนำตัวไป คล้ายบอกว่าญาติที่บ้านเขาสักคนรู้จักกับขุนนางที่คลองขนส่งคนหนึ่ง ไม่รู้จะถูกดึงเข้าไปเกี่ยวข้องหรือไม่…”
เจียงเสวี่ยหนิงฟังครึ่งแรกก็ยังดีอยู่ แต่เมื่อได้ยินโหยวฟางอิ๋นบอกว่ามีผู้ดูแลของจวนชิงหย่วนปั๋อคนหนึ่งถูกจับกุมตัวไปขนหัวก็ลุกชันคดีใหญ่อย่างการที่ขุนนางและพ่อค้าสมคบคิดกันคว่ำเรือเพื่อฉวยโอกาสโก่งราคาผ้าไหมเช่นนี้ ไม่มีเหตุผลจะต้องไต่สวนพวกปลาซิวปลาสร้อยอย่างจวนชิงหย่วนปั๋อ แค่จับตัวขุนนางกับพ่อค้าก็เพียงพอที่จะวุ่นวายไปพักหนึ่งแล้ว
แต่กลับจับกุมแม้กระทั่งผู้ดูแล
นางยกมือกดหว่างคิ้วตนเองช้า ๆ ต่อให้ปราศจากหลักฐาน แต่ตอนนี้นางกล้ายืนยันได้ว่าจะต้องมีคนลอบสืบเรื่องของโหยวฟางอิ๋นเป็นแน่!หรือกล่าวอีกอย่างก็คือกำลังสืบเรื่องของตนซึ่งอยู่เบื้องหลังโหยวฟางอิ๋น…
ที่แท้โหยวฟางอิ๋นในชาติก่อนหาเงินจากการค้าครั้งนี้มากเท่าไร และได้บอกเรื่องนี้กับสี่ว์เหวินอี้หรือไม่ เจียงเสวี่ยหนิงไม่รู้ ทว่านางรู้ว่าในเมื่อโหยวฟางอิ๋นกล้าหยิบยืมเงินมาทำการค้า นั่นต้องเพราะรู้ข้อมูลที่แน่ชัดล่วงหน้า ถึงได้กล้าเข้าแลกจนถึงที่สุด
ครั้นลองประเมินสถานการณ์ย้อนกลับ การจะสืบไปจนถึงคนของจวนชิงหย่วนปั๋อก็เป็นเรื่องสมเหตุสมผล
เนื่องจากโหยวฟางอิ๋นในตอนนั้นเพิ่งจะท