ามนี้กำลังนิ่งอึ้ง หลังจากคิดจึงตอบกลับไปว่า “หาเงิน หาเงินให้มากขึ้น ทำให้คุณหนูรองดีใจ!”คำพูดเซ่อซ่าโง่เขลาอีกแล้ว
เจียงเสวี่ยหนิงอดหัวเราะทั้งน้ำตาไม่ได้ รู้สึกเพียงว่าโหยวฟางอิ๋นผู้นี้ช่างยึดติดเหลือเกิน แต่ครั้นคิดดูอีกที ไม่ว่าเหตุผลจะเป็นเช่นไร การอยากหาเงินให้มากขึ้นก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้าย
สำหรับตัวโหยวฟางอิ๋นเองในตอนนี้ ไม่มีทางเลือกใดดีไปกว่านี้อีกแล้ว
แต่ก่อนหน้านั้นยังมีปัญหาหนึ่งซึ่งจำเป็นต้องแก้ไข
เจียงเสวี่ยหนิงจำได้ว่าเมื่อก่อนตอนอยู่ในวังเคยได้ยินเสิ่นเจี้ยเล่าว่าสืบเรื่องเรือขนเส้นไหมดิบพลิกคว่ำที่คลองขนส่งได้แล้ว เป็นการสมคบคิดกันระหว่างขุนนางและพ่อค้าเพื่อโก่งราคาผ้าไหมคิดจะฉวยเอากำไรจากเรื่องนี้
นางเอ่ยขึ้นว่า “ช่วงที่พวกเจ้าขายเส้นไหมดิบออกไป เคยได้ยินข่าวผิดปกติอะไรบางอย่างหรือไม่?”
“เคย”
โหยวฟางอิ๋นรีบผงกศีรษะ สีหน้าเจือหวาดหวาดกลัวอยู่หลายส่วน “เป็นเมื่อวานซืนนี้เอง มีทหารของทางการมาที่สมาคมหลายนาย จับกุมพ่อค้าใหญ่ไปหกเจ็ดคน ฟังจากเถ้าแก่สี่ว์ เห็นว่าต่างเป็นพ่อค้ารายใหญ่อันดับต้น ๆ ในวงการ มีหลายคนก่อนหน้านี้เคยเสนอซื้อผ้าไหมดิบทั้งลำเรือจากเขาด้วยราคาต่ำ แต่ตอนนั้นเขารู้สึกราคาต่ำเกินไป แม้แต่เงินจะนำกลับไปมอบให้คนที่บ้านเกิดยังไม่เหลือ ทำให้ไม่ได้ตกปากรับคำ คิดไม่ถึงว่าขณะที่พวกเราเพิ่งจะขายเส้นไหมได้ พวกเขาก็เกิดเรื่องเสียแล้ว ได้ยินมาอีกว่าเหมือนร่วมมือก