พบว่านี่ต่างหากถึงจะเป็นวิธีที่เหมาะสมกับสภาพความเป็นอยู่ของเจ้า”
โหยวฟางอิ๋นฟังด้วยความรู้สึกคล้ายเข้าใจคล้ายไม่เข้าใจ
ส่วนเจียงเสวี่ยหนิงกลับหัวเราะ “หากวันหนึ่งเจ้าอยากขจัดความสงสัยที่คนผู้หนึ่งมีต่อเจ้าให้ได้มากที่สุด เจ้าจะต้องทำให้เขาสงสัยในตัวเจ้าก่อน จากนั้นก็ให้เขาปฏิเสธความสงสัยของตนด้วยตนเอง เพราะคนเราเคยชินกับการสงสัยผู้อื่น ทว่ามักเชื่อมั่นในตัวเอง ต้องรู้ว่าใต้หล้านี้คนฉลาดที่ซ่อนตัวอยู่ในที่ลับล้วนยากจะต่อกรทั้งสิ้น”
โหยวฟางอิ๋นก้มศีรษะอย่างครุ่นคิด
เจียงเสวี่ยหนิงส่งกล่องซึ่งบรรจุตั๋วเงินใบนั้นกลับคืนไป “เจ้านำเงินไปเถอะ”
โหยวฟางอิ๋นตะลึงงัน
“ข้านำมาเพื่อมอบให้คุณหนูนะ! เงินที่ใช้ทำการค้าท่านเป็นคนมอบให้ วิธีการหาเงินท่านก็เป็นคนบอก แม้แต่ชีวิตของข้าก็ยังเป็นท่านที่ช่วยเอาไว้อีก หากท่านไม่รับเงินก้อนนี้ ข้า ข้า…”ดวงตาทั้งสองข้างของนางแดงจนเกือบจะร่ำไห้ออกมาแล้ว
เจียงเสวี่ยหนิงกลับหยิบเพียงถุงหอมสีขาวที่วางทับในกล่องขึ้นมา “คราวก่อนเจ้าชนแผงลอยของผู้อื่นจนล้มเพื่อสิ่งนี้สินะ?”
บนก้นถุงใช้ด้ายสีน้ำเงินเข้มปักเป็นรูปดอกโบตั๋น
ในนั้นยังแซมสีทองเข้มหลายกระจุก ปักด้ายสีทองทีละฝีเข็ม
นับว่าเป็นฝีเข็มที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากโหยวฟางอิ๋นคิดไม่ถึงว่าเจียงเสวี่ยหนิงจะรู้เรื่องที่ตนเองชนแผงลอยของผู้อื่นจนล้มด้วยความซุ่มซ่ามในวันนั้นด้วย ใบหน้าจึงแดงขึ้นมาทันที สองมือวางบนหน้าตั