ก ท่าทางทำอะไรไม่ถูก พูดจาอึกอักว่า “ข้าแค่มองเห็นระหว่างทางขากลับจากสมาคมการค้า รู้สึกว่ามีถุงหอมซึ่งมีฝีเข็มที่มีความเฉพาะตัวมากอยู่ในนั้น ข้าทำอะไรไม่เป็นสักอย่าง อีกทั้งครั้งแรกที่ได้พบคุณหนูยังชนจนถุงหอมของท่านหล่นพื้นจนสกปรกอีก ข้าจึงคิดจะปักที่ดีงามยิ่งกว่าให้ท่านถุงหนึ่ง…”
เจียงเสวี่ยหนิงจ้องมองถุงหอมในมือโดยไม่เอ่ยวาจา
โหยวฟางอิ๋นกลับเอ่ยถึงความถนัดของตนเองอย่างหาได้ยากยิ่ง แววตาเปล่งประกายขึ้นมาเล็กน้อยอีกครั้ง
“วิธีการปักนี้ข้าฝึกฝนอยู่นานถึงจะทำสำเร็จนอกจากนี้วัสดุชิ้นนี้เกิดจากข้าพบเกษตรกรผู้เลี้ยงไหมของหนานสวินจากการไปหาเถ้าแก่สี่ว์คราวก่อน เขาบอกว่าเป็นผ้าไหมที่ตระกูลของตนทอ พอดีเหลืออยู่เล็กน้อยจึงมอบให้ข้า ข้าคิดว่านี่คือการทำการค้าครั้งแรกของข้า อีกทั้งคุณหนูรองยังเป็นผู้สอนข้าอีก ดังนั้นจึงสบโอกาสนำมาปักเป็นถุงหอมพอดี ท่านว่างามหรือไม่?”
“งาม”
เจียงเสวี่ยหนิงรู้สึกอบอุ่นอยู่ในอกจนเกือบจะหลั่งน้ำตาอีกครา
นางกำถุงหอมและเอ่ยต่อ “เงินไม่ต้อง แต่ถุงหอมนี้ข้ารับเอาไว้แล้ว”
โหยวฟางอิ๋นเงยหน้า คล้ายยังอยากจะพูดอะไรอีก “แต่…”
เจียงเสวี่ยหนิงยื่นมือออกมาโอบอีกฝั่ายเอาไว้ในอ้อมอก กอดนางพร้อมกล่าวเสียงแผ่วเบา“ของที่เจ้านำมาให้ข้าในวันนี้มีค่ากว่าเงินเหล่านี้มาก”
โหยวฟางอิ๋นตะลึงงันอ้อมกอดของเจียงเสวี่ยหนิงอบอุ่นจนถึงขั้นอ่อนโยน
ส่วนเสียงของนางก็ลอยล่องราวกับอยู่ในห้วงแห่งควา