้วยความกระวนกระวายและตื่นเต้น สองมือซุกในแขนเสื้อราวกับกำลังบีบอะไรบางอย่าง แต่เนื่องจากมีแขนเสื้อบังสายตาจึงมองไม่เห็น
ความตื่นเต้นของนางคล้ายเกิดจากสิ่งนี้
โหยวฟางอิ๋นเมื่อมองเห็นเจียงเสวี่ยหนิงซึ่งกำลังนั่งอยู่ในตัวรถผ่านทางผ้าม่าน นัยน์ตาทั้งสองข้างของนางพลันลุกวาวขึ้นมาหลายส่วนแม้แต่ไฝน้ำตาสีแดงอ่อนบริเวณใต้หางตาก็ยังเหมือนเปล่งประกายเจียงเสวี่ยหนิงถูกความสดใสและมีชีวิตชีวาที่ปรากฏบนใบหน้าซึ่งเคยเฉยชาไร้ความรู้สึกทำให้ดวงตาพร่าพรายไม่รู้สึกตัวไปชั่วขณะทอดสายตามองนางครู่หนึ่ง
ระหว่างนี้เอง โหยวฟางอิ๋นก็ประหม่าขึ้นมาอีก
ความเปล่งประกายที่ปรากฏก่อนหน้านี้ถูกสะกดลงไปอย่างรวดเร็ว ถูกแทนที่ด้วยความอ่อนแอและความขลาดกลัวที่มีอยู่แต่เดิม
นางเอ่ยปากตะกุกตะกัก “ข้า ข้า ข้า…”
เจียงเสวี่ยหนิงเห็นแล้วก็ถอนหายใจ “ขึ้นมาคุยบนรถเถอะ”
ครั้นเห็นว่าเพียงชั่วประเดี๋ยวเดียวนางก็มีท่าทีเปลี่ยนแปลงไม่ชัดเจน ก็ไม่อาจปล่อยให้ยืนรออยู่นอกรถไปตลอดได้
สารถีจึงยกที่รองเหยียบมาแล้วถอยไปด้านข้าง ให้โหยวฟางอิ๋นเกาะเพลารถม้าขึ้นมา
เจียงเสวี่ยหนิงให้นางนั่งฝังตรงข้าม เอ่ยถามว่า “มาหาข้ามีธุระอะไร?”
ครั้นโหยวฟางอิ๋นนั่งลงแล้วก็ทำอะไรไม่ถูกอยู่บ้าง ร่างกายเขม็งเกร็ง ตรึกตรองอยู่ครึ่งค่อนวันก็ไม่รู้ว่าจะพูดสิ่งใด มองเจียงเสวี่ยหนิงอยู่สองครั้งสองครา จากนั้นสูดลมหายใจลึกรวบรวมความกล้า ก่อนจะนำสิ่งที่ซ่อนอยู่ในแขนเ