สื้อออกมา
เป็นกล่องสี่เหลี่ยมธรรมดากล่องหนึ่ง
รูปร่างแบน ๆ ท่าทางจะบรรจุสิ่งของได้ไม่มากเท่าไรนัก อีกทั้งเป็นไม้ชิงชันที่หาได้ง่ายดายมาก ไม่ได้มีราคาค่างวดอะไร
นางใช้สองมือประคองส่งมันให้เจียงเสวี่ยหนิงพูดจาติด ๆ ขัด ๆ ว่า “ยะ…อยากจะมอบสิ่งนี้หะ…ให้คุณหนูรอง”
เจียงเสวี่ยหนิงเดาว่าคงเป็นเพราะตนช่วยชีวิตนางเอาไว้ นางจึงซื้อของบางอย่างมาตอบแทนกระมัง
แต่ตนไม่ต้องการการตอบแทนเลยจริง ๆ
——————–
1. ในรอยแตกยังมีแสงสว่าง เป็นสำนวนหมายถึงแม้จะตกอยู่ในสถานการณ์สิ้นหวังแต่ก็ยังพอจะมีความหวังอยู่2. สิ่งล้ำค่าทั้งสี่ในห้องอักษร ประกอบด้วยกระดาษ หมึก พู่กัน และจานฝนหมึก
บทที่ 32 ในรอยแตกยังมีแสงสว่าง (3)ดังนั้นจึงไม่ได้ยื่นมือออกไปรับ เพียงกล่าวกับอีกฝั่ายด้วยเสียงที่อ่อนลงว่า “เดิมทีสภาพความเป็นอยู่ภายในจวนของเจ้าก็ไม่ดีอยู่แล้ว หากมีสิ่งใดก็จงเก็บเอาไว้ให้ตนเองก่อนเถอะ หากต้องการตอบแทน ก็รอให้สภาพความเป็นอยู่ของตนดีขึ้นแล้ววันหลังค่อยว่ากันก็ได้”
“มะ…ไม่ใช่นะ…”
เมื่อโหยวฟางอิ๋นได้ฟังคำพูดของเจียงเสวี่ยหนิงก็รู้ว่าคู่สนทนาเข้าใจผิดแล้ว ในสมองมีคำพูดที่ต้องการจะเอ่ยเป็นกระบุง ทว่านางพูดไม่เก่งถ้อยคำมาจุกถึงลำคอกลับไม่อาจพูดให้สมบูรณ์ได้แม้แต่ประโยคเดียว มิหนำซ้ำไม่รู้เพราะเหตุใดยามอยู่ต่อหน้าเจียงเสวี่ยหนิงก็มักประหม่ามากเป็นพิเศษ ด้วยเหตุนี้นางจึงยิ่งพูดจาติดขัดอย่างชัดเจน
นางเลยทำได้เพียงวางกล่