องใบนี้ลงบนฝั่ามือเจียงเสวี่ยหนิง
“ต้องมอบสิ่งนี้ให้คุณหนูรอง ปะ…เป็นของท่านทั้งหมดเลย”
ของนางอย่างนั้นหรือ
เจียงเสวี่ยหนิงจำไม่ได้เลยว่าตนเคยมอบสิ่งใดให้โหยวฟางอิ๋น ครั้นเห็นอีกฝั่ายยืนกรานเช่นนี้ก็พานหวั่นไหวเพราะความดึงดันและความเงอะงะงุ่มง่ามของคนผู้นี้อยู่บ้าง ในที่สุดนางจึงยิ้มแย้มกล่าว “เช่นนั้นข้าขอดูสักหน่อย”
เจียงเสวี่ยหนิงยกมือเปิดฝากล่อง
ทันใดนั้นก็ต้องตกตะลึงอย่างสิ้นเชิง…
ภายในกล่องอันเรียบง่ายใบนี้ กลับบรรจุตั๋วเงินแผ่นบาง ๆ ปึกหนึ่งและมีถุงหอมสีขาวบริสุทธิ์ซึ่งปักด้วยความประณีตงดงามวางทับอยู่ด้านข้างใบหนึ่ง
ตราของร้านแลกเงินที่ปรากฏเป็นของร้านแลกเงินที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเมืองหลวงตั๋วเงินแต่ละใบมีมูลค่าหนึ่งร้อยตำลึง นิ้วมือเจียงเสวี่ยหนิงสั่นระริกเล็กน้อย เมื่อหยิบขึ้นมานับคร่าว ๆ จึงพบว่ามีมากถึงสองพันห้าร้อยตำลึง!
บุตรีอนุภรรยาจวนปั๋อตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งจะนำเงินจำนวนมากขนาดนี้ออกมาได้อย่างไร
ชั่วขณะที่เห็นตั๋วเงินเหล่านี้ นางก็เข้าใจอะไรขึ้นมาทันที เบ้าตาร้อนผ่าวเล็กน้อย คล้ายกำลังจะมีน้ำตาไหลริน
ทว่านางก็ยังเงยศีรษะขึ้นมาถามอีกฝั่ายอยู่ดี“เจ้าเอาเงินจำนวนมากถึงเพียงนี้มาจากที่ใด?”
โหยวฟางอิ๋นกะพริบตา เหมือนไม่เข้าใจว่าเหตุใดนางจึงเอ่ยถามเช่นนี้ “คุณหนูเป็นคนสอนข้าเองไม่ใช่หรือ? บอกให้ข้าเอาเงินไปรอด้านนอกสมาคมการค้าเจียงเจ้อ หาพ่อค้านามว่าสี่ว์เหวินอี้เพื่อซื้อเส้นไ