ละเปิดอ่านทีละหน้าอย่างเนิบช้า
แต่เซียนเซิงเหล่านั้นกลับทนนั่งติดที่ไม่ค่อยไหว
ฝั่าบาทมีรับสั่งให้พวกเขามาสอนองค์หญิงใหญ่และคุณหนูตระกูลใหญ่ที่เข้ามาเป็นพระสหายร่วมศึกษากลุ่มหนึ่ง เดิมทีก็ทำให้พวกเขาไม่ค่อยพอใจอยู่แล้ว ตอนนี้นั่งได้ไม่ถึงสองเค่อทั้งไม่อาจเอ่ยวาจา ทั้งไม่มีอารมณ์จะอ่านตำราอีก จึงขอตัวออกไปสูดอากาศทันที แม้แต่เรื่อง‘การคุมสอบ’ ก็ละทิ้ง จูงมือกันเดินออกไปจากตำหนักเฟิงเฉิน เหลือเซี่ยเวยอยู่ที่นี่ลำพัง
ตั้งแต่ต้นจนจบ เซี่ยเวยไม่ได้มองพวกเขาเลยเพียงพลิกอ่านตำราของตนเองเท่านั้น
แม้เจียงเสวี่ยหนิงจะนั่งอยู่บริเวณหัวมุม แต่ก็ได้ยินคำพูดเมื่อครู่ของเหล่าเซียนเซิง ทั้งยังเห็นว่าคนกลุ่มนี้นั่งไม่ทันไรก็ออกไปเสียแล้ว นางพลันอดขมวดคิ้วไม่ได้
ยังต้องให้บอกอีกหรือว่าอะไรคือ ‘บัณฑิตชรา’
แก่หง่อมขนาดนี้ ควรเอาไปฝังดินได้แล้ว!
แม้ว่าอีกสักครู่ก็ไม่ต้องอยู่เป็นพระสหายร่วมศึกษาอีกต่อไป แต่นางจะฟั้องเรื่องของตาแก่ใกล้ลงโลงพวกนี้กับเสิ่นจื่ออีให้จงได้
——————–1. ประมาณ 09.15 น.2. คัมภีร์กตัญู เป็นคัมภีร์ที่เรียบเรียงโดยนักปราชญ์สำนักขงจื่อในยุคฉินถึงฮั่นเนื้อหากล่าวถึงความกตัญูต่อบิดามารดารวมถึงแนวคิดการปกครองที่สอดคล้องกับธรรมชาติ3. หนังสือเตือนสตรี เป็นวรรณกรรมในสมัยราชวงศ์ฮั่นตะวันออกประพันธ์โดยปันจาวมีเนื้อหาเพื่อใช้ตักเตือนสั่งสอนบุตรสาวของนาง4. ในที่นี้หมายถึงจิ้นซื่อทั่วไปที่สอบ