ำนักบัณฑิต แต่กับรองราชครูเซี่ยซึ่งเป็นประธานการบรรยายประจำวันในยามปกติ ฝั่าบาทกลับมีรับสั่งให้มาสอนองค์หญิงและบรรดาพระสหายร่วมศึกษาด้วย ช่างไม่เข้าใจเลยจริง ๆ และการที่รองราชครูเซี่ยตกปากรับคำก็ยิ่งทำให้ไม่เข้าใจไปกันใหญ่”
เหล่าเซียนเซิงชราต่างมาจากสภาฮั่นหลินอันสูงส่ง ล้วนเถรตรงยอมหักไม่ยอมงอ ต่อให้อยู่ต่อหน้าพระพักตร์ฝั่าบาท คำพูดโดยส่วนใหญ่ก็ปราศจากความกริ่งเกรง สิ่งที่พวกเขากล่าวในยามนี้เคยกล่าวในท้องพระโรงมาตั้งหลายรอบแล้ว
จนใจที่เสิ่นหลางลำเอียงโปรดปรานองค์หญิงใหญ่ ดึงดันจะทำตามอำเภอใจโดยไม่ฟังคำทัดทานของผู้อื่น
เมื่อพูดไปจึงไร้ประโยชน์เซี่ยเวยเคยฟังพวกเขาพร่ำบ่นในท้องพระโรงมาแล้ว นอกจากนี้ทุกครั้งเขายังถูกลากไปเอี่ยวด้วยเสมอ ราวกับว่าเขาก็ไม่พอใจเรื่องนี้มากเช่นกัน
ทว่าเขากลับไม่ได้เผยความรู้สึกของตนต่อเรื่องนี้มากเท่าใดนัก
เซี่ยเวยมองคุณหนูตระกูลใหญ่ซึ่งเป็นพระสหายร่วมศึกษาที่กำลังตอบข้อสอบอย่างขะมักเขม้นเหล่านั้น สายตาจับจ้องท่ากำพู่กันของเจียงเสวี่ยหนิง เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว เปั่าน้ำชาแล้วจิบเล็กน้อยอึกหนึ่ง เอ่ยขึ้นมาว่า “พระสหายร่วมศึกษาทุกคนกำลังตอบข้อสอบ พวกเราพูดกันให้น้อยหน่อยจะดีกว่าขอรับ จะได้ไม่ไปรบกวน”ครานี้เซียนเซิงเฒ่าทั้งหลายจึงไม่กล้าพูดมากอีก
การคุมสอบภายในห้องสอบเป็นสิ่งน่าเบื่อหน่ายเสมอมา
เซี่ยเวยนำบทวิพากษ์ม้าขาว[7]ของเขามาเองนั่งอยู่ด้านข้างแ