อครู่เอ่ยขึ้นมาว่า “องค์หญิงพระองค์หนึ่งโวยวายว่าอยากร่ำเรียนตำรา ฝั่าบาททรงเรียกตัวเซียนเซิงมาสอนสักสองสามคนก็ได้แล้ว อย่างไรเสียสตรีก็ไม่จำเป็นต้องรู้จักหลักการใหญ่โตอะไรมากมายนักอยู่บ้านเชื่อฟังบุพการี หลังจากวิวาห์ไปแล้วเชื่อฟังสามี ครั้นสามีสิ้นก็เชื่อฟังบุตร เรียนพวกคัมภีร์กตัญู[2]หรือหนังสือเตือนสตรี[3]ก็พอ ไยต้องมาทำอะไรใหญ่โตเช่นนี้อีก หากใครไม่รู้คงนึกว่าองค์ชายพระองค์ไหนกำลังจะออกมาศึกษาเล่าเรียนเสียอีก ตัวข้าผู้อาวุโสก็นับว่าสอนการปกครองในสภาฮั่นหลินมาสิบกว่าปีแล้ว บัดนี้กลับต้องมาสอนดรุณีน้อยกลุ่มหนึ่ง มันใช้ได้ที่ไหนกัน!”
เซี่ยเวยนั่งอยู่ด้านข้างเขา ก้มหน้ายกถ้วยน้ำชาพร้อมเปิดฝา ไม่ได้รับคำ
กลับเป็นเซียนเซิงสองคนด้านข้างที่ถูกกระตุ้นความไม่พอใจขึ้นมาหลายส่วนเพราะคำกล่าวนี้
หนึ่งในนั้นถอนหายใจเช่นกัน เออออว่า“แล้วใครว่าไม่ใช่กันเล่า? ผู้อาวุโสเช่นข้ารับราชการมานานหลายปีขนาดนี้ ยังไม่เคยมีผู้ใดให้ข้ามาสอนดรุณีน้อยเลย! จะดีชั่วก็เป็นถึงจิ้นซื่อที่สอบผ่านทุกระดับของเคอจวี่[4] สิ่งที่ร่ำเรียนมาคือสี่ตำรา ห้าคัมภีร์[5] แต่ให้มาสอนองค์หญิงกับพระสหายร่วมศึกษาเช่นนี้ เกรงว่าคงได้แต่สอนเรื่องพื้นฐานโดยภาพรวม ไม่ใช่ว่าข้าเห็นตนเองสูงส่งหรอกนะ แต่มันช่างเหมือนการฆ่าไก่ด้วยมีดฆ่าโค[6]เสียจริง ลำพังท่านกับข้าน่ะช่างเถอะอย่างไรเสียก็เป็นแค่ตาแก่หัวโบราณไร้ความทะเยอทะยานไม่กี่คนจากส