ี่ยนแปลงไม่แน่นอนดั่งใบหน้าของเด็กน้อย ฝนตกห่าใหญ่ยามบ่าย บทจะมาก็มา นางจึงทำได้เพียงรีบเข้าไปหลบฝนในศาลาหลบร้อนทางด้านข้าง พอไปถึงกลับพบว่ามีคนนั่งในนั้นอยู่ก่อนแล้วนอกจากนี้ยังมีขันทีน้อยผู้หนึ่งยืนอยู่ด้านข้างคล้ายกำลังรอใครอยู่
คนผู้นั้นสวมชุดขุนนางฝั่ายปกครองขั้นสามนั่งบนม้านั่งหินข้างโต๊ะกลมภายในศาลา มือข้างหนึ่งวางบนโต๊ะ ส่วนอีกข้างวางพาดตักขวา กำลังมองสายฝนห่าใหญ่นอกศาลาด้วยอาการสงบนิ่ง
บนโต๊ะมีชาที่ชงเสร็จเรียบร้อย ไอน้ำพวยพุ่งพร้อมกับกลิ่นหอมของชา
เสียงสายฝนดังอึกทึกนอกศาลาทว่าภายในศาลาแห่งนี้กลับเหมือนถูกฟั้าดินทอดทิ้ง เงียบสงบอย่างไร้เหตุผล
เจียงเสวี่ยหนิงนิ่งอึ้ง ก่อนจะเดินเข้าไป
นางสวมชุดชาววัง บนชายกระโปรงมีนกเฟิงหวงโผผินร่ายรำพร้อมดอกโบตั๋นรายล้อม
ขันทีน้อยมองเห็นนางก่อน จึงรีบค้อมการถวายคารวะและเอ่ยว่า “ขอถวายพระพร ขอพระองค์ทรงพระเจริญพันปีพ่ะย่ะค่ะ”
คราวนี้คนผู้นั้นถึงมองเห็นนาง เขาผุดลุกทันที รีบก้มหน้าค้อมกายถวายการคารวะ“กระหม่อมจางเจอ ขอถวายพระพรฮองเฮาพ่ะย่ะค่ะ”
จางเจอ
ครั้นได้ยินชื่อนี้นางก็เลิกคิ้ว ช่วงนั้นโจวอิ๋นจือทำงานให้นาง อีกทั้งองครักษ์เสื้อแพรก็กำลังแย่งชิงอำนาจกับหน่วยงานสามตุลาการ จางเจอเป็นรองเสนาบดีกรมอาญาคนใหม่ เขาเป็นศัตรูกับโจวอิ๋นจือทุกเรื่อง ทำให้บุคคลที่มีความคิดอ่านละเอียดรอบคอบเช่นโจวอิ๋นจือเสียกิริยาคว่ำโต๊ะทำงานที่หน่วยตรวจการ เต้นผางเป