็นเจ้าเข้า
เพราะฉะนั้นถึงแม้นางจะไม่เคยพบเห็นเจ้าตัว แต่ก็ได้ยินชื่อเสียงอันยิ่งใหญ่มานานมากแล้ว
นางกลอกดวงตามองสำรวจเขาตั้งแต่ศีรษะจดปลายเท้า แล้วกล่าวด้วยท่าทีคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม “ลุกขึ้น ใต้เท้าจางไม่ต้องมากพิธี”
เดิมทีนางกะจะสนทนากับคนผู้นี้สักหลายประโยค
แต่คิดไม่ถึงว่าพอลุกแล้วเขาพลันเอ่ยปากด้วยใบหน้าไร้ความรู้สึก “จางเจอเป็นข้าราชบริพาร มิบังอาจรบกวนการเสด็จของพระองค์พ่ะย่ะค่ะ”จากนั้นจึงถอยออกไปยืนใต้ขั้นบันไดนอกศาลา
ท้องฟั้ายังมีฝนห่าใหญ่ เขาออกไปเช่นนี้ ครู่เดียวก็ถูกสายฝนกระหน่ำใส่ร่างจนเปียกชุ่ม
ขันทีน้อยตกใจสะดุ้งโหยง
สาเหตุที่จางเจอรอคอยอยู่ในศาลาและยังมีขันทีอยู่ข้างกาย คงเพราะเสิ่นเจี้ยต้องการเรียกเขาเข้าเฝั้า เพียงแต่ยามนี้ตัวคนยังมาไม่ถึง
ขันทีน้อยไม่กล้าให้ขุนนางราชสำนักเปียกปอนจึงหยิบร่มจากข้างกายและกำลังจะออกไปกางให้เขา
คาดไม่ถึงว่าเจียงเสวี่ยหนิงพลันหัวเราะเย้ยหยัน ก่อนจะออกคำสั่งว่า “ให้ข้า”
ขณะนั้นนางสูงศักดิ์เป็นถึงฮองเฮา มีผู้ใดบ้างพบนางแล้วจะไม่เยินยอนาง ประจบประแจงนางเอาอกเอาใจนาง
บทที่ 27 จางเจอ (4)แต่จางเจอกลับหลบนางเหมือนนางเป็นอสรพิษและแมงปั่อง
ผนวกกับยังมีบุญคุณความแค้นจากการแก่งแย่งชิงดีในรัชกาลก่อนอีก แล้วนางจะให้คนผู้นี้อยู่อย่างมีความสุขได้อย่างไร
นางรับร่มมาจากมือขันทีน้อย สาวเท้าไปทางด้านข้างศาลาอย่างสบาย ๆ ไม่เร่งรีบเนื่องจากยังอยู่ในศาลาและอ