่เรียนแล้วนะ!”
หัวหน้ากองซูไม่อาจทำอะไรองค์หญิงที่ตนเลี้ยงดูจนเติบใหญ่ได้ นางละทิ้งหลักการอย่างหาได้ยากยิ่ง ตอบกลับไปว่า “เดิมทีก็เรียนได้พอสมควรแล้ว องค์หญิงทรงพาพวกนางออกไปเดินเล่นก็ดีเช่นกันเพคะ เพียงแต่อย่าเล่นจนดึกเกินไปนัก พรุ่งนี้มีเพียงพระองค์ที่ขี้เซาได้ แต่คุณหนูทุกท่านยังต้องมีสอบความรู้อีกนะเพคะ”
เสิ่นจื่ออีตอบรับเต็มปากเต็มคำว่า “รู้แล้ว รู้แล้ว!”
จากนั้นก็ออกไปด้วยความลิงโลด มุ่งหน้าไปยังอุทยานหลวงท่ามกลางการห้อมล้อมของทุกคน
อุทยานหลวงอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเรือนหยางจื่อ เดินผ่านกำแพงของตำหนักต่าง ๆ ไปทางทิศเหนือ ต่อมาเมื่อไปทางทิศตะวันตกและเดินเลี้ยวลดคดเคี้ยวหลายครั้งจะมองเห็นแต่ไกล
พระราชวังยามบ่ายเงียบสงบมากเป็นพิเศษ
ล่วงเข้าปลายฤดูสารทแล้ว พืชพรรณทางเหนือล้วนใกล้โรยราจนหมดสิ้น ทว่าช่างจัดอุทยานหลวงกลับไม่กล้าละเลยแม้แต่น้อย ยังคงปลูกดอกกุหลาบเย่ว์จี้[1] และดอกเบญจมาศตามฤดูกาลไว้ในอุทยานหลวง บางต้นตัดแต่งจนไม่แผ่กิ่งก้าน ส่วนบางต้นจัดวางสลับกันไปมาบังเกิดบรรยากาศเยี่ยงเจียงหนาน[2]อันหาได้ยากยิ่ง
โดยเฉพาะบริเวณหัวมุมทางทิศตะวันออกของอุทยานหลวงซึ่งติดกับกำแพงวัง ตรงนั้นปลูกต้นเหมยเอาไว้ต้นหนึ่ง แม้ว่าจะยังไม่ถึงฤดูกาลผลิดอก เห็นเพียงกิ่งก้านอันว่างเปล่า ทว่าเพียงรูปลักษณ์ก็เต็มไปด้วยความงามจากการร่วงโรยอยู่หลายส่วน
ฝานอี๋หลานเชี่ยวชาญทางด้านนี้ยิ่งนัก อดกล่าว