ยามนี้พลันได้ยินเสิ่นจื่ออีเอ่ยถึงหยวนจี นางจึงทอดสายตามองต้นเหมยตรงมุมกำแพงพร้อมสายตาผู้อื่น ขบคิดถึงจุดจบในชาติก่อนของสมณะใหญ่ ทว่าด้วยความบังเอิญ ขณะที่นางเคลื่อนสายตากลับมาก็มีคนกลุ่มหนึ่งกำลังเดินจากกำแพงวังซึ่งอยู่ห่างไกลมาทางฝังนี้พอดี
เมื่อมองให้ถ้วนถี่ ผู้อยู่หน้าสุดสวมเสื้อคลุมหม่างเผา[4]
หากไม่ใช่หลินจืออ๋องเสิ่นเจี้ยแล้วจะเป็นผู้ใดได้อีก
เบื้องหลังมีขันทีติดตามหลายคน คล้ายเดินมาจากฝังเขตพระราชฐานส่วนใน กำลังเดินตัดผ่านอุทยานหลวงเพื่อออกจากวัง
ครั้นเสิ่นจื่ออีเห็นเขาก็ดวงตาลุกวาว โบกมือทักทายแต่ไกล “เสด็จพี่ เสด็จพี่!”
เสิ่นเจี้ยเพิ่งไปถวายพระพรไทเฮาที่ตำหนักกำลังจะออกจากวังหลวง ครั้นได้ยินเสียงจึงเงยศีรษะขึ้นมา เมื่อเห็นว่าเป็นเสิ่นจื่ออี ใบหน้าอันงามสง่าดุจบัณฑิตก็ผุดรอยยิ้มบาง กล่าวว่า “จื่ออี เจ้ามาอยู่ตรงนี้ได้อย่างไร?”
เสิ่นจื่ออีชี้กลุ่มคนข้างหลังตน “พาเหล่าสหายร่วมศึกษาของข้ามาเดินเล่นอุทยานหลวงน่ะเพคะ”
เสิ่นเจี้ยมองตามทิศทางของนิ้ว
เป็นสตรีกลุ่มหนึ่งจริงด้วย
เบื้องหน้าสุดคือเซียวซู คุณหนูใหญ่ของจวนเฉิงกั๋วกง เสิ่นเจี้ยเคยพบมาหลายครั้งแล้ว แต่ผู้ที่อยู่ข้างกายเซียวซูไม่ไกลผู้นั้น…
ถอดเครื่องแต่งกายบุรุษซึ่งเคยสวมในยามปกติ เปลี่ยนเป็นชุดกระโปรงสีม่วงอ่อน ยืนตระหง่านท่ามกลางฝูงชน เรือนร่างบอบบางสะโอด สะอง ผิวพรรณขาวละเอียด ลำคอระหง ริมฝีปากสีชาดชุ่มชื้น คิ้วโก่งบ