นี้การที่ชาติก่อนโหยวฟางอิ๋นใช้เงินที่มีทั้งหมดซื้อเส้นไหมดิบเพื่อรอให้ราคาขึ้นก่อนเกิดเรื่องได้อย่างประจวบเหมาะจึงสมเหตุสมผลบางทีอีกฝั่ายอาจได้รับข่าวสารอะไรบางอย่างโดยบังเอิญ
ส่วนชาตินี้…
ใบหน้านิ่งเฉยของโหยวฟางอิ๋นปรากฏวูบในหัวสมองอีกครา
เจียงเสวี่ยหนิงลอบถอนใจเบา ๆ ทีหนึ่ง ส่ายหน้าอย่างอดไม่อยู่ ทว่าไม่ได้สนใจสายตาที่เซียวซูกำลังมองสำรวจตนด้านข้าง กลับเบนไปมองเหยาซีซึ่งยืนถัดออกไปข้างหลังเล็กน้อย…
คุณหนูบุตรีภรรยาเอกจากตระกูลเสนาบดีกรมคลังมีสีหน้ากลัดกลุ้มไม่สบอารมณ์ต่อเนื่องมาสองวันแล้ว ต่อให้พวกฟางเมี่ยวเล่าเรื่องขำขันจนผู้อื่นหัวร่องอหาย นางก็ทำเพียงนั่งอยู่ด้านข้างไม่หัวเราะแม้แต่น้อย
ตอนเจียงเสวี่ยหนิงมอง สีหน้านางก็ยิ่งย่ำแย่ถึงขีดสุด
สองมือประสานเบื้องหน้า กำผ้าเช็ดหน้าลายปักผืนหนึ่งเอาไว้ทั้งยังดูออกว่านิ้วมือใส่แรงอย่างยิ่ง เล็บซึ่งทาน้ำจากดอกเทียน[3] เป็นสีชมพูเข้มงามน่าหลงใหล ยามดึงทึ้งผ้าเช็ดหน้าลายปักทำจากผ้าไหมผืนนั้นกลับคมกริบเสียเหลือเกิน กรีดมันจนเป็นรอย
เจียงเสวี่ยหนิงค่อย ๆ ขมวดคิ้วโดยไม่รู้ตัว
*****
ยามเดินเล่นในอุทยานหลวงยังนับว่าดีอยู่ แต่ครั้นอำลาองค์หญิงใหญ่และทุกคนเดินทางกลับถึงเรือนหยางจื่อแล้ว เหยาซีกลับโผร่างไปยังที่นอนภายในห้องตนและเริ่มร่ำไห้ทันทีท่าทางเช่นนั้นเหมือนนางจะเสียใจหนัก
ผู้ร่วมเดินทางเห็นนางมีสีหน้าผิดปกติตั้งแต่ขากลับแล้ว ยามนี้จึงพลัน