น้านี้เคยสอนวิธีการปกครองคนอะไรกับเจ้าบ้างหรือไม่ ถึงทำให้เจ้าใช้ตำราแบบเรียนสำหรับเด็กน้อยเล่มหนึ่งมาอ้างว่าเป็นสมุดบัญชีเพื่อใช้จัดการบ่าวไพร่ที่ไม่เชื่อฟังภายในจวน ข้าลองคิดดูแล้ว เขาคงไม่ได้มาถามข้าอย่างไร้ต้นสายปลายเหตุ ทั้งยังเหมือนไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอีกด้วย ข้าจึงยอมรับไป เพียงแต่มีแค่ตัวเจ้าและข้าที่รู้ว่าข้าไม่เคยสอนมาก่อน”
เจียงเสวี่ยหนิงหลุบตา “ข้ารู้อยู่แล้วว่าเจ้าต้องโกหกเพื่อข้า ดังนั้นถึงได้โยนเรื่องไปที่ตัวเจ้า”
เยี่ยนหลินหัวเราะพร้อมใช้นิ้วปัดดั้งจมูกนางครั้งหนึ่ง แล้วถามว่า “เช่นนั้นผู้ใดเป็นคนสอน?”
เจียงเสวี่ยหนิงตอบ “คิดได้เอง”
เยี่ยนหลินจ้องมองนาง ไม่เอ่ยวาจาไปชั่วขณะ ดวงตาอันลุ่มลึกและดำขลับคู่นั้นวาบประกายเล็กน้อย ก่อนจะยื่นมือไปลูบศีรษะนาง
“หนิงหนิงของข้ามีความลับแล้ว”
ใช่
หนิงหนิงของเจ้ามีความลับแล้ว
ทั้งยังเป็นความลับที่นางไม่กล้าบอกเขาตราบชั่วนิรันดร์
——————–1. ชิวไห่ถัง เป็นไม้ล้มลุก ลำต้นสูงสุดหกสิบเซนติเมตร กลีบดอกส่วนใหญ่ไล่สีสองเฉดสีมีทั้งสีชมพูเหลือง สีแดงส้ม และสีชมพูขาวเป็นต้น
บทที่ 26 แผนการแรกไม่สำเร็จ (3)เจียงเสวี่ยหนิงช้อนตามองเขา ดวงตาของนางมีนัยน์ตาดำและขาวแบ่งแยกชัดเจน กระจ่างใสน่าพิศดั่งลูกปัดแก้ว แต่นางก็ไม่ได้กล่าวคำใด
เยี่ยนหลินจึงเอ่ยว่า “เช่นนั้นรอให้สักวันหนึ่งเจ้าอยากจะบอกว่าเป็นผู้ใดแล้วค่อยมาบอกข้าก็ได้ ดีหรือไม่? ข้าอยากเป็นผู้ล่