ซึ่งทั้งไม่แข็งกร้าวจนดูเย่อหยิ่งและไม่ถ่อมตัวเกินจนดูต้อยต่ำ แต่สำหรับผู้ใดก็ตามที่ไม่อาจส่งผลคุกคามนางได้ ต่อให้อีกฝั่ายจะเสียมารยาทกับนางเหลือแสน นางก็ยังผ่อนคลายสบายอารมณ์ ไม่มีวันบันดาลโทสะเด็ดขาด
เพราะทุกคนที่อยู่เบื้องล่างล้วนไร้คุณสมบัติจะสนทนากับนาง
มีเพียงตอนที่นางรู้สึกว่ามีผู้ใดซึ่งอาจส่งผลคุกคามต่อตนเองได้เท่านั้น ถึงจะเผยเขี้ยวเล็บ
เจียงเสวี่ยหนิงเคยสู้รบปรบมือกับคนผู้นี้ในชาติก่อน
สมัยนั้นเจียงเสวี่ยหนิงยังไม่ได้เป็นฮองเฮานางจึงยังพยายามเอาอกเอาใจเสิ่นเจี้ยอยู่บ้าง แม้ว่าเสิ่นเจี้ยอาจไม่ได้มีใจให้นางอย่างแท้จริง แต่ผู้ใดบ้างเล่าไม่ชอบให้หญิงงามมาประจบเอาใจ
ช่วงนั้นนางจึงยังพอนับว่า ‘ได้รับความโปรดปราน’
ทว่าครั้นเสิ่นเจี้ยขึ้นครองราชย์ เจียงเสวี่ยหนิงได้เป็นฮองเฮาและบรรลุเปั้าหมายของตนแล้วก็คร้านจะเอาอกเอาใจเสิ่นเจี้ยต่อ อีกทั้งไม่นานนักเซียวซูก็เข้าวังหลวงมาพอดี นางจึงปล่อยให้คนในวังหลังแก่งแย่งความโปรดปรานไป มีความสุขกับการปล่อยให้ฮ่องเต้ไปประทับอยู่ที่ตำหนักของเซียวซู ส่วนตนเองที่ไม่ต้องถวายการปรนนิบัติก็ทำเพียงถือตราหงส์อยู่ในตำหนักคุนหนิง ตั้งหน้าตั้งตาเป็นฮองเฮาไปก็พอแล้ว วันคืนน้อย ๆ ช่างผ่านไปอย่างสุขสบายเสียเหลือเกิน
กระทั่งวันหนึ่งเซียวซูเกิดตั้งครรภ์ ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์ให้เป็นหวงกุ้ยเฟยนอกจากนี้เสิ่นเจี้ยยังให้ฝั่ายนั้นมาร่วมกันดูแลวังหลังอีก
ในที่สุ