ดเจียงเสวี่ยหนิงก็เริ่มหวั่นวิตก
หรืออาจบอกได้ว่าเริ่มเดือดดาลแล้วก็ได้
เดิมทีการเป็นฮองเฮาก็ไม่ได้หมายความว่าจะได้เป็นฮองเฮาตราบจนชั่วชีวิตอยู่แล้ว วังหลังมีผู้คนตั้งมากมาย ผู้มีความสามารถจำนวนหนึ่งย่อมปรากฏตัวอยู่เสมอ โดยเฉพาะคนอย่างเซียวซูที่ถือกำเนิดในตระกูลใหญ่ ตระกูลเดิมให้การสนับสนุนอย่างแข็งขันยิ่งนัก มิหนำซ้ำตัวเองก็มีความสามารถ สู้ไม่ถอยอย่างยิ่ง คุ้นชินกับการอยู่เหนือผู้อื่นมาทั้งชีวิต เกรงว่าคงยากจะพอใจแค่ตำแหน่งหวงกุ้ยเฟย และยากจะยอมให้ผู้ใดอยู่เหนือตน
ดังนั้นการแก่งแย่งชิงดีจึงเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ
ถึงแม้ความสัมพันธ์ของเจียงเสวี่ยหนิงกับตระกูลเดิมของตนจะไม่ค่อยดีนัก แต่ไม่ว่าจะเจริญรุ่งเรืองหรือว่าล่มจมก็เป็นครอบครัวเดียวกัน ขณะนั้นเจียงปั๋อโหยวดำรงตำแหน่งเป็นเสนาบดีกรมคลังคนใหม่ นับว่าพอมีปากมีเสียงในราชสำนัก
และนางยังมีโจวอิ๋นจือ ซึ่งยามนั้นควบคุมองครักษ์เสื้อแพรไปกว่าครึ่งแล้ว ฝีมือโหดเหี้ยมอำมหิต ทำงานเชื่อถือได้
นอกจากนี้สิ่งน่าสนใจเป็นอันมากคือตระกูลเซียวมีบุตรของภรรยาเอกที่ ‘ระหกระเหเร่ร่อนอยู่เบื้องนอก’ นามว่าเซียวติ้งเฟย เห็นว่าเพิ่งจะ‘ตามหากลับมาได้’ เมื่อสองปีก่อน เป็นเฉิงกั๋วกงซื่อจื่อซึ่งรับสืบทอดบรรดาศักดิ์ต่อไปได้ และเป็นพี่ชายร่วมบิดาต่างมารดาของเซียวซู สิ่งอื่นล้วนไม่ได้ความ แต่นิสัยสำมะเลเทเมาเจ้าชู้ประตูดินลือลั่นไปทั่วราชสำนัก เป็นพวกนักเลงหั