ีคุณสมบัติไม่เพียงพอ วังหลวงจึงไม่สนใจ…
แต่ไม่ว่าอย่างไรคำพูดก็แพร่มาถึงเจียงเสวี่ยหนิง
นางไม่ใส่ใจ
พรุ่งนี้เช้าต้องเข้าวังหลวงแล้ว ถึงแม้เจียงปั๋อโหยวกับเมิ่งซื่อจะรู้สึกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นช่างน่าฉงนสนเท่ห์และจับต้นชนปลายไม่ถูก แต่พอถึงช่วงเย็นก็ยังคงจัดเลี้ยง เรียกเจียงเสวี่ยฮุ่ยและเจียงเสวี่ยหนิงมารับประทานร่วมกันอยู่ดี
อีกทั้งนี่ยังเป็นครั้งแรกที่เจียงเสวี่ยหนิงได้พบเจียงเสวี่ยฮุ่ยหลังจากวังหลวงเลือกเฟั้นผู้ที่จะมาเป็นพระสหายร่วมศึกษาแล้วท่าทางไม่ต่างจากยามปกติแม้แต่น้อย
ยังคงสง่ากิริยางดงามดังเดิม ระหว่างงานเลี้ยงยังเป็นฝั่ายคีบอาหารให้บุพการีอีกด้วย แววตาปราศจากความรู้สึกไม่เป็นธรรมและความผิดหวังแม้แต่น้อย เหมือนไม่เคยเกิดเรื่องเช่นนี้มาก่อนและไม่เคยได้ยินเสียงลือเสียงเล่าอ้างจากภายนอกสักคำ
เจียงปั๋อโหยวกลับค่อนข้างรู้สึกหนักอึ้งในใจไม่ได้ตั้งความหวังต่อการเข้าวังหลวงของเจียงเสวี่ยหนิงครั้งนี้สักเท่าไรนัก เพียงกำชับกำชาด้วยความห่วงใย “พ่อเป็นขุนนางในราชสำนักและผลงานก็มีพอควร พอเจ้าเข้าวังหลวงไปแล้ว ไม่จำเป็นต้องแย่งชิงสิ่งใดทั้งสิ้น ขอเพียงวางตัวให้ดีควบคุมอารมณ์ของตนเองให้ได้ อย่าไปก่อเรื่องก่อราวก็พอ ส่วนองค์หญิงจะพอพระทัยหรือไม่บรรดาเซียนเซิงทั้งหลายจะชื่นชอบหรือไม่ ล้วนไม่สำคัญ พอฝืนให้ผ่านพ้นไปได้ก็เพียงพอ จงจำเอาไว้ ดูให้มากพูดให้น้อย ก้มหน้าก้มตาทำไปก็พอแล้วละ”
เจียงเสว