ี่ยหนิงรับปากทุกประการ
แต่นางกลับคิดในใจว่า พรุ่งนี้วังหลวงจะเริ่มเรียนรู้มารยาทพิธีการ เจียงปั๋อโหยวไม่จำเป็นต้องกังวลขนาดนี้เลยจริง ๆ อย่างไรเสียหากแผนการ ‘รับผิดชอบอย่างไม่ตั้งใจ’ ประสบความสำเร็จราบรื่น เกรงว่านางคงไม่ผ่านด่านมารยาทพิธีการและด่านคุณสมบัตินี้จนได้กลับจวนอย่างรวดเร็วแล้ว
เจียงปั๋อโหยวเห็นนางมีท่าทีไม่แยแสก็รู้สึกกังวลอยู่บ้าง ปากไม่ได้เอื้อนเอ่ยอะไรอีก ทว่าใจกลับกำลังขบคิด พรุ่งนี้หลังจากไปฟังราชกิจเช้าเสร็จแล้วจะไปบอกกล่าวจวีอันสักสองสามประโยค ฝากฝังให้เขาดูแลนางขณะอยู่ภายในวังสักหน่อย
ด้านเมิ่งซื่อยังไม่อาจปล่อยวางเรื่องที่การคัดเลือกพระสหายร่วมศึกษาเกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างไม่คาดฝัน ระหว่างรับประทานอาหารสีหน้าไม่สู้ดีนัก มองเจียงเสวี่ยหนิงอยู่หลายครั้ง ใคร่อยากจะถามนางว่าไปทำอะไรมาหรือไม่ แต่เจียงปั๋อโหยวซึ่งอยู่ด้านข้างส่งสายตาปราม นางจึงไม่ได้ถาม
ตอนกำชับก็เอ่ยเพียงสองประโยค
อย่างไรเสียคำพูดที่แท้จริงก็ให้เจียงปั๋อโหยวบอกกล่าวไปแล้ว ตั้งแต่ต้นจนจบจึงสนทนากับเจียงเสวี่ยหนิงเพียงไม่กี่คำ
อาหารมื้อนี้ยาวถึงยามโหย่ว[3] สามเค่อถึงค่อยแยกย้าย
เมื่อออกมาจากเรือนหลัก ภายในจวนก็จุดโคมไฟแล้วเจียงเสวี่ยหนิงแสดงการคารวะและออกมาพร้อมเจียงเสวี่ยฮุ่ย ด้วยเหตุนี้ยามเดินอยู่ที่ระเบียงทางเดิน ผู้หนึ่งจึงอยู่เบื้องหน้า อีกผู้หนึ่งก็อยู่เบื้องหลังอย่างปกติสุข
หากเหมือนที่เป็นมา ค