ี่ยนขบคิดครู่หนึ่ง หัวสมองเค้นรายชื่อพ่อค้าน้อยใหญ่ภายในเมืองหลวงทั้งหมด จากนั้นก็ฉีกยิ้ม ดวงตาเป็นประกายวาบ ตอบกลับเพียงว่า “มี ยังมีอีกคนหนึ่ง!”
*****
ขณะที่สี่ว์เหวินอี้เห็นโหยวฟางอิ๋นเดินเข้ามาก็ถูกใบหน้าอิดโรยของนางทำเอาตกใจจนสะดุ้งโหยง “นี่ท่านไม่ได้นอนมากี่วันแล้ว? เด็ก ๆ รีบยกชาร้อนมาให้คุณหนูโหยวเร็วเข้า”
โหยวฟางอิ๋นขยี้ตาแล้วนั่งลง
เด็กภายในร้านซึ่งอยู่ข้างล่างพลันยกน้ำชาขึ้นมา อดใช้สายตาห่วงใยมองนางหลายครั้งไม่ได้
สถานที่แห่งนี้คือห้องรับรองแขกภายในสมาคมเจียงเจ้อ สมาคมนี้ก่อตั้งโดยบรรดาพ่อค้าในสมาพันธ์พ่อค้าเจียงเจ้อ มีไว้รองรับพ่อค้าจากเจียงซูและเจียงเจ้อที่เดินทางมาเมืองหลวงเพื่อค้างแรมและเจรจาการค้าโดยเฉพาะ
สี่ว์เหวินอี้เป็นพ่อค้าเส้นไหมจากหนานสวินแห่งซูโจว
เขามาเมืองหลวงตั้งแต่สองเดือนก่อนแล้วทว่าเนื่องจากพ่อค้ารายใหญ่ซึ่งทำการค้าผ้าไหมในแถบเจียงเจ้อร่วมมือกันกดราคานำเข้าเส้นไหมดิบ ทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงไหมไม่พอใจ พ่อค้าขนาดกลางและขนาดย่อมที่ขายเส้นไหมดำรงชีวิตเช่นพวกเขาเหล่านี้จึงไม่อาจทำการค้าต่อ ได้แต่จำใจเดินทางขึ้นเหนือ ทว่าผู้ใดเล่าจะคาดคิดว่าพ่อค้าใหญ่ในเมืองหลวงกับพ่อค้าใหญ่ในเจียงเจ้อจะสมคบคิดกัน กอปรกับพ่อค้าขนาดกลางและขนาดย่อมที่เข้าเมืองหลวงมีจำนวนมากเกินไป นอกจากราคาเส้นไหมจะไม่เพิ่มแล้วกลับร่วงกราวอีกด้วย มีราคาเพียงครึ่งหนึ่งของราคาตลาดเมื่อปีกลายอย่าว่