ิงอยู่ในที่เกิดเหตุและถูกมือสังหารจับเป็นตัวประกันพอดี ก็ตระหนกตกใจจนดวงใจแทบจะกระดอนออกมา
โชคยังดีที่คนบอกว่านางไม่เป็นอะไร
ทว่าต่อมาเจ้าเด็กไม่รักดีคนนี้กลับถูกเยี่ยนหลินพาไปเดินเที่ยวงานเทศกาลโคมไฟ มันช่างน่าโมโหเสียจริงเจียงปั๋อโหยวกะเกณฑ์ในใจเรียบร้อย ตั้งใจว่าพอเจียงเสวี่ยหนิงกลับมาแล้วจะต้องสั่งสอนนางสักยกให้ได้
แต่พอเห็นนางกลับมา สีหน้ากลับดูไม่ค่อยดีจริงๆ
ยามนี้จึงอดรู้สึกสงสารเด็กสาวไม่ได้ เรื่องของการลอบสังหาร ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มก่อกบฏของผิงหนานอ๋องหรือกลุ่มก่อการร้ายของนิกายสวรรค์ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่ใช่ความผิดของยายหนูหนิง น่าสงสารขนาดนี้ยังต้องถูกตำหนิติเตียนอีก นั่นออกจะทำเกินไปแล้ว
เจียงปั๋อโหยวใจอ่อนตั้งแต่ยังไม่ทันเอ่ยปากเพียงกล่าวเสียงอ่อนโยนกับนางว่า “ช่วงนี้เมืองหลวงไม่ค่อยสงบนัก ได้ยินมาว่าองครักษ์เสื้อแพรจับกุมกลุ่มก่อกบฏที่ก่อความวุ่นวายมาได้จำนวนหนึ่ง วันนี้จึงไม่ได้มีแค่จวีอันเพียงผู้เดียวที่ถูกลอบทำร้าย ฉะนั้นถึงแม้เจ้าจะสนิทสนมกับเยี่ยนหลิน และข้าก็ไว้วางใจเขา แต่ไม่มีผู้ใดรู้ว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นบ้าง ช่วงนี้ออกไปข้างนอกให้น้อยลงหน่อยแล้วกันนะ รอให้สงบขึ้นอีกนิดพวกเจ้าค่อยออกไปอีกที”
เขานึกว่าเจียงเสวี่ยหนิงจะเถียงกลับมาสักสองสามประโยค
คาดไม่ถึงว่าคราวนี้นางกลับก้มหน้าก้มตารับคำว่า “เจ้าค่ะ”
ภายหลังนางไม่ได้ออกไปข้างนอกสิบวันต่อเนื่องจริง ๆ
มีเพียงวันรุ่งขึ