แต่นางไม่ใช่อีกต่อไปแล้วครั้นมาถึงหน้าประตูจวนตระกูลเจียงก็ดึกมาก
เยี่ยนหลินประคองนางลงจากหลังม้า เขาหัวเราะก่อนกำชับนาง “คืนนี้กลับไปแล้วต้องนอนหลับให้ดีนะ”
พอกล่าวจบก็กลับขึ้นหลังม้าใหม่
ทว่าเมื่อหันหน้ากลับมาก็มองเห็นว่านางยังคงยืนทอดสายตามองตนอยู่ที่ประตูดังเดิม เขาจึงกล่าวว่า “กลับเข้าไปเถอะ ข้าจะมองดูเจ้า”
เจียงเสวี่ยหนิงมองตอบอย่างสงบนิ่งพลางเอ่ยถาม “เยี่ยนหลิน เจ้ามักจะเอาอกเอาใจข้าเช่นนี้ ปกปั้องข้าเช่นนี้ แต่เคยคิดหรือไม่ว่าสักวันหนึ่งหากข้าไม่มีเจ้าแล้วจะเป็นเช่นไร และควรทำเช่นไร?”
เยี่ยนหลินตะลึงงัน
เขารู้สึกว่าวันนี้นางเศร้าโศกอยู่บ้าง จึงตอบเพียงว่า “เจ้าคนขี้กังวล เจ้าจะไม่มีข้าได้อย่างไร?ข้าจะอยู่ข้างกายเจ้าตลอดไป”
เจียงเสวี่ยหนิงพลันรู้สึกเจ็บปวดเหมือนถูกบีบเค้นดวงใจ แม้แต่การมองเขาอีกครั้งก็ยังรู้สึกเป็นทุกข์ นางหัวเราะเสียงเบาทีหนึ่ง “จริงของเจ้า เช่นนั้นข้าจะกลับเข้าไปแล้ว”
เยี่ยนหลินผงกศีรษะ
นางหมุนกายเดินเข้าประตูข้างซึ่งจวนตระกูลเจียงยังคงเปิดเพื่อรอนาง
เยี่ยนหลินนั่งหลังหยัดตรงบนหลังม้า มือถือสายบังเหียน จดจ้องเงาร่างของนางที่ค่อย ๆ ลาลับไป ใจพลันเอ่อท้นด้วยความงุนงงสงสัย
*****
ภายในจวนตระกูลเจียงมีอีกหลายคนยังไม่ได้นอน กำลังรอให้นางกลับมา
ข่าวเรื่องมือสังหารปรากฏตัวยามกลางวันในเมืองหลวงแพร่มาถึงตั้งแต่แรกแล้ว เจียงปั๋อโหยวครั้นได้ยินว่าขณะนั้นเจียงเสวี่ยหน