ชื่อมสายสัมพันธ์จากการได้รับคัดเลือกในอนาคตนี้ ก็ควรค่าให้ทุกคนพยายามแย่งชิงสุดความสามารถแล้ว
ครอบครัวผู้อื่นจัดการเช่นไร เจียงเสวี่ยหนิงไม่รู้ นางรู้เพียงครอบครัวของตนเอง
เจียงปั๋อโหยวบอกกล่าวเรื่องนี้ต่อเมิ่งซื่อหลังกลับจากวังหลวง แจ้งนางว่า “ข้าได้ยินมาว่าในงานเลี้ยงเทศกาลฉงหยางก่อนหน้านี้ ตอนอยู่จวนชิงหย่วนปั๋อ เหมือนยายหนูหนิงจะเป็นที่ต้องพระทัยขององค์หญิงใหญ่เล่อหยาง ทรงมีท่าทีชื่นชอบและสนิทสนมอยู่บ้าง ทว่าเมื่อแต่ละครอบครัวส่งรายชื่อไปแล้วก็ยังต้องให้วังหลวงเลือกเฟั้นอีกครา หากเอ่ยถึงนิสัยใจคอและความรู้ความสามารถ ย่อมเป็นเสวี่ยฮุ่ยที่เหมาะสมมากกว่าเล็กน้อย ทั้งหนักแน่นสง่างามและรู้ความ ไม่ก่อเรื่องราวโดยง่าย แต่ก็ไม่แน่ว่าจะเทียบคุณหนูจากตระกูลอื่นได้เช่นกัน หากส่งชื่อของยายหนูหนิงขึ้นไปจะมีโอกาสได้รับคัดเลือกสูงมาก ทว่านางมีนิสัยดื้อรั้น เกรงว่ายังจะร้ายกาจกว่าองค์หญิงใหญ่อยู่บ้างด้วยซ้ำไปเพราะนางเป็นคนที่ไม่อาจสะกดกลั้นอารมณ์แล้วเรื่องนี้ควรทำเช่นไรถึงจะดี?”เมิ่งซื่อฟังหัวคิ้วก็ขมวดมุ่น
นางรู้อยู่แก่ใจว่าเจียงปั๋อโหยวออกจะเอนเอียงไปทางยายหนูหนิงมากเป็นพิเศษ เนื่องจากความละอายใจที่มีต่อบุตรีคนรองและการมีอยู่ของจวนหย่งอี้โหวนั่นเอง แต่เรื่องการเข้าวังเพื่อเป็นพระสหายร่วมศึกษาขององค์หญิงใหญ่นี้ก็หนักหนานัก หากให้เจียงเสวี่ยหนิงไป แล้วจะวางใจลงได้อย่างไรกัน
นางตอบกลับว่า “ลูกห