เยี่ยนหลินคิดไม่ถึงเลยว่าคนจากจวนชิงหย่วนปั๋อจะเรื่องเยอะวุ่นวายเพียงนี้ เนื่องจากชิงหย่วนปั๋อมาหาเขาเพื่อสนทนาครู่หนึ่งด้วยตนเองทำให้ไม่อาจปลีกตัวได้ชั่วคราว กว่าจะออกมาได้ก็ใกล้ยามสนธยาแล้ว เดิมทีคิดจะไปเหลาเฉิงเซียว แต่เมื่อมาถึงปากถนนกลับพบว่าที่นี่ถูกทหารของทางการปิดล้อม ครั้นไต่ถามจึงทราบว่ามีมือสังหารปรากฏตัวเพื่อลอบสังหารขุนนางราชสำนักที่เหลาเฉิงเซียวเบื้องหน้า สติของเขาถึงกับเกือบหลุดลอย
เขาอยากเข้าไป แต่ในนั้นมีเซี่ยเวยอยู่จึงไม่กล้าก่อเรื่องโชคดีที่มีคนเข้าไปรายงาน และขากลับยังพาเจียงเสวี่ยหนิงมาด้วย
“หนิงหนิง!” ครั้นเห็นนางออกมา ด้วยความร้อนใจ เยี่ยนหลินจึงจับมือนางมองตั้งแต่ศีรษะจดปลายเท้าโดยไม่สนใจว่ารอบด้านจะมีคนดูอยู่หรือไม่ “ไม่ได้รับบาดเจ็บ ไม่ได้หกล้มตรงไหนใช่หรือไม่?”
เจียงเสวี่ยหนิงเพิ่งผ่านเหตุการณ์สุดระทึกแบบไม่คาดฝัน ถึงแม้จะเดินมาตลอดทาง ทว่าก็ยังขาแข้งอ่อนระทวยอยู่บ้าง ตอนพบเยี่ยนหลินสติยังไม่ค่อยกลับคืนมาจวบจนได้ยินเขาเรียกอยู่หลายครั้ง นางถึงกะพริบตา เพียงตอบกลับไปว่า “ไม่เป็นไร แค่ตกใจแต่ไม่ได้รับอันตราย”
ถึงแม้จะดูเหมือนไม่ได้บาดเจ็บที่ตรงใด แต่ใบหน้าขนาดเท่าฝั่ามือกลับขาวซีดจนไร้สีเลือดสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัว มองปราดเดียวก็รู้ว่าได้รับความตื่นตระหนก
หัวคิ้วของเยี่ยนหลินมิเพียงไม่คลายออก แต่กลับขมวดมุ่นยิ่งกว่าเดิม
เขาบีบมือนาง รู้สึกว่านิ้วมือนางเย็น