รถามข้าข้าจึงไม่กล้าไม่ตอบ ลืมใส่ใจไปชั่วขณะ อีกทั้งยังกลัวเขาคิดว่าข้าเป็นคนธรรมดาทั่วไปแล้วจะเข่นฆ่าตามใจชอบ ขะ ข้ากล่าวผิดไปเช่นนั้นหรือเจ้าคะ?”
พอกล่าวจบถึงเห็นเขายื่นมือเข้ามา นางจึงรีบส่งผ้าไหมคืน
เซี่ยเวยรับผ้าไหมมาจากมือนาง ใช้ผ้าไหมสีขาวซึ่งเปือนโลหิตเล็กน้อยค่อย ๆ เช็ดมือซ้ายที่ถูกโลหิตกระเซ็นใส่เมื่อครู่อย่างละเอียดลออ ไม่เอ่ยอะไรอีก
นิ่งเงียบจนเจียงเสวี่ยหนิงใจเต้นรัว
เจี้ยนซูที่อยู่ด้านข้างเห็นรูปการณ์เป็นเช่นนี้ก็มองเซี่ยเวยผาดหนึ่ง เก็บผ้าอีกผืนซึ่งเดิมทีเตรียมจะมอบให้กลับไปเงียบ ๆ
ไม่นานนักก็มีคนมารายงานว่า “ท่านรองราชครู เยี่ยนซื่อจื่ออยู่เบื้องนอกถนน คิดจะเข้ามาขอรับ”
การเช็ดมือของเซี่ยเวยหยุดชะงัก เขาเงยหน้ามองเจียงเสวี่ยหนิง แล้วเอ่ยว่า “เจี้ยนซู ส่งคุณหนูรองหนิงไป”
เจี้ยนซูรับคำ “ขอรับ”
เจียงเสวี่ยหนิงกลั้นลมหายใจและรวบรวมสติจัดแจงเสื้อผ้าอาภรณ์ ก่อนแสดงการคารวะเซี่ยเวย และไม่กล้าถามว่าสาวใช้ของนางที่อยู่ในรถเป็นเช่นไรบ้างแล้ว เพียงติดตามเจี้ยนซูเดินตัดผ่านถนนสายยาวเส้นนี้เพื่อไปหาเยี่ยนหลิน
เมื่อทั้งสองคนเดินจากไปแล้ว เตาฉินก็เดินลงมาจากหอ หอบพิณคันหนึ่งไว้ในอ้อมอก
เซี่ยเวยรับมา ยกมือลูบไล้สายพิณที่ขาดสะบั้น รวมทั้งรอยดาบซึ่งจมลึกในตัวพิณ ใบหน้าปราศจากความรู้สึกใด ๆ ผ่านไปเนิ่นนานถึงเอ่ยว่า “ส่งศพไปที่กรมอาญา ให้เฉินอิ๋งมาพบข้า”——————–1. จั้ง เป็นหน่วยวัดของจ