ยเวยมอบให้พร้อมกล่าวเสียงเบา
“ขอบคุณใต้เท้า”
เมื่อครู่ถูกสถานการณ์บีบบังคับ แต่ตอนนี้…
เนื่องจากชาติก่อนถูกคำพูด ‘สำรวมกิริยาด้วย’ ของเขาทำให้อับอาย นางจึงระมัดระวังมาก
เพียงรับผ้า ทว่าไม่กล้าให้นิ้วมือสัมผัสถูกฝั่ามือเขาแม้แต่น้อยอย่างไรก็ตามขณะนางรับผ้าไหมสีขาวสะอาดราวหิมะอันอ่อนนุ่มซึ่งทำมาจากผ้าไหมชั้นดีไปนั้น มุมผ้าข้างหนึ่งก็ห้อยตกระกลางฝั่ามือเซี่ยเวยพอดี ลากผ่านให้ความรู้สึกคล้ายมีคล้ายไม่มี
นิ้วมือเรียวยาวของเซี่ยเวยหดรั้งเล็กน้อยราวกับเป็นตะคริว ยามนางยื่นมือออกมาสายตาเขาก็มองเห็นรอยแผลเป็นจาง ๆ บนข้อมือ พลันรู้สึกถึงกลิ่นคาวโลหิตเต็มปากยามสิ้นหวังในปีนั้นได้ราง ๆ
เขาชักมือกลับมาไพล่หลังแล้วกำไว้หลวม ๆเวลานี้ถึงจ้องมองนางพลางเอ่ยวาจา “ทำให้คุณหนูรองหนิงตกใจแล้ว”
เจียงเสวี่ยหนิงเช็ดคราบเลือดบริเวณใบหู
คราบโลหิตเปือนผ้าไหม
นางหลุบสายตา “โชคดีที่ได้พบใต้เท้า รู้ว่าท่านต้องมีหนทางช่วยเหลือแน่นอน ดังนั้นจึงยังสบายดีเจ้าค่ะ”
“เช่นนั้นหรือ?” ครั้นเห็นนางเช็ดคราบโลหิตแล้วกำผ้าไหมผืนนั้น เซี่ยเวยก็ยื่นมือไปหานางพูดอย่างเรียบเฉยว่า “แต่เมื่อครู่ขณะคุณหนูรองหนิงอยู่ในรถ เวยกลับได้ยินคุณหนูรองหนิงเอ่ยถึงบุญคุณเก่าที่เคยช่วยชีวิต เวยไว้ คล้ายกลัวว่าเวยจะไม่ยอมช่วยเหลือ ดูท่าเวยคงคิดมากเกินไปแล้ว”เจียงเสวี่ยหนิงได้ยินคำพูดนี้ก็ตกใจจนขวัญหายไปเกือบครึ่ง ฝืนทำตัวหนักแน่นตอบว่า “มือสังหา