เข้าสู่เงามืดอีกครามีสีแดงสลับขาวสาดกระเซ็นบนพื้น เนื่องด้วยมีทั้งโลหิตปะปนกับน้ำในสมอง
หากเมื่อครู่ไม่ได้เซี่ยเวยยกแขนเสื้อ สิ่งเหล่านี้จะต้องเปือนเปรอะเต็มร่างนางแน่นอน
เจียงเสวี่ยหนิงยืนอยู่ด้านข้าง แค่ได้กลิ่นคาวโลหิตก็รู้สึกอยากอาเจียนแล้ว นางเบือนสายตาไม่กล้ามองดูอีกต่อไป
ยามนี้องครักษ์ที่ถอยออกไปเมื่อสักครู่ถึงรีบรุดวิ่งกลับมา มีคนแยกไปตรวจสอบสภาพของมือสังหารผู้นั้น
ส่วนเจี้ยนซูก็เดินตรงมายืนเคียงข้างเซี่ยเวย
แขนเสื้อด้านซ้ายของเซี่ยเวยเต็มไปด้วยคราบโลหิต แม้แต่บนมือเรียวยาวประดุจลำไผ่อ่อนข้างนั้นก็ยังเลอะเทอะไม่น้อย
เมื่อเจี้ยนซูเห็นจึงหยิบผ้าไหมสะอาดออกมาจากแขนเสื้อผืนหนึ่งพร้อมประคองส่งด้วยสองมือ“เซียนเซิง”
เซี่ยเวยรับเอาไป ทว่ากลับเบนสายตาไปที่ใบหูเจียงเสวี่ยหนิง เขามองอยู่ครู่หนึ่ง เพียงส่งผ้าไหมผืนนั้นให้
เจียงเสวี่ยหนิงตะลังงันทันที
หลังจากรู้สึกตัวก็ยกมือขึ้น ปลายนิ้วสัมผัสถูกความเหนียวเหนอะจุดหนึ่ง เมื่อลดมือดู นั่นคือคราบเลือดซึ่งกระเซ็นใส่ใบหูนางเล็กน้อยหนึ่งหยด
นางขนลุกชันในบัดดล
เจียงเสวี่ยหนิงหวาดกลัวเซี่ยเวยยิ่งนัก เมื่อครู่นางโผเข้าหาเขาไม่สำเร็จ ยังดีที่ไม่มีลูกเกาทัณฑ์อยู่บนร่างนาง ยามนี้พอเห็นเขาส่งผ้าไหมมาให้อีก นอกเหนือจากลอบตื่นตระหนกตกใจแล้วก็ยิ่งลนลานหวาดหวั่นนางลังเลอยู่นาน แพขนตาดกยาวกระเพื่อมไหว ก่อนจะยื่นมือออกไปด้วยความระแวดระวังรับผ้าไหมที่เซี่