ั้นด้วยความเร็วดั่งสายอสุนีบาต
รูม่านตาของเจียงเสวี่ยหนิงพลันหดรั้งอย่างรุนแรง นึกว่าตนเองจะต้องจบชีวิตเสียแล้ว
อย่างไรก็ตามชั่วขณะต่อมาก็มีสีขาวบริสุทธิ์ดั่งหิมะมาขวางเบื้องหน้า
กลับเป็นเซี่ยเวยซึ่งกำลังขมวดคิ้วยกมืออย่างสงบนิ่ง ชูแขนเสื้ออันหลวมกว้างบังนางเอาไว้
เจียงเสวี่ยหนิงนิ่งอึ้ง มองไม่เห็นด้านหน้า
ทว่าใบหูกลับได้ยินเสียงลูกดอกเจาะทะลุกะโหลกศีรษะคนราวกับทะลุแตงโมเปลือกบางลูกหนึ่ง จากนั้นก็มองเห็นเงาสีแดงของโลหิตสดๆสาดกระเซ็นหลายสาย หยดแหมะลงบนแขนเสื้อสะอาดหมดจด
น่าตะลึงพรึงเพริดยิ่งนัก
ยามนี้ดาบของมือสังหารอยู่ห่างจากเซี่ยเวยไม่ถึงสองชุ่น[2] ใบหน้าอันบิดเบี้ยวยังไม่ทันจะเลือนหาย ลูกดอกอีกดอกก็เสียบกลางหว่างคิ้วของอีกฝั่ายแล้ว กระทั่งจมมิดเข้าไปในกะโหลกและทะลุด้านหลัง
เพียงพอจะรับรู้ว่ามือยิงเกาทัณฑ์มีพละกำลังน่ากลัวเพียงใดมือสังหารล้มหงายหลังไปพร้อมเกาทัณฑ์ดอกนี้ ขณะหายใจเฮือกสุดท้าย ดวงตายังคงฉายแววเหลือเชื่อหลายส่วน
เซี่ยเวยมีสีหน้าเย็นชา เพียงมองแวบเดียวก่อนจะคลายมือที่ประคองแขนเจียงเสวี่ยหนิงและลดมือที่ยกแขนเสื้อลง
เจียงเสวี่ยหนิงยืนเองได้มั่นคงแล้ว ครั้นปราศจากแขนเสื้อบดบัง นางถึงเห็นว่ามือสังหารผู้นั้นจบชีวิตใต้ลูกเกาทัณฑ์เรียบร้อย เมื่อทอดสายตามองเหลาเฉิงเซียวด้านข้างอีกหนจึงเห็นชายหนุ่มชุดสีน้ำเงินสะพายถุงบรรจุลูกเกาทัณฑ์กำลังเก็บเกาทัณฑ์อยู่ข้างรั้วกั้น แล้วถอยกลับ