มีพิณที่เพิ่งทำใหม่วางอยู่คันหนึ่ง ผ่านขั้นตอนการผลิตสิบเอ็ดขั้นตอนมาเรียบร้อยแล้วสีที่ทาเคลือบเงาแวววาวประดุจกระจก ขากระสา[1]ครบถ้วน ส่วนตัวเขานั้นกำลังหลุบตาและร้อยสายทีละเส้นอย่างละเอียดถ้วนถี่
เฉินอิ๋งแววตาวาววับ เขาพูดขึ้นมาอีกว่า “ฝั่าบาทของพวกเราดูท่าทางพระทัยกว้าง ทว่าคนแซ่เฉินกลับรู้สึกว่าทรงขี้ระแวงนัก”
เซี่ยเวยร้อยสายเส้นแรกเสร็จ จากนั้นก็อ้อมไปพันขากระสาหลังตัวพิณทางด้านขวาเฉินอิ๋งอดมองสำรวจสีหน้าเขาไม่ได้ “อย่างท่านรองราชครูสมัยก่อนก็เคยเป็นขุนนางผู้สร้างผลงานที่เคยช่วยให้ฝั่าบาททรงขึ้นครองราชบัลลังก์ใช่หรือไม่? แต่ตอนนี้ฝั่าบาทกลับแต่งตั้งท่านให้เป็นเพียง ‘รองราชครู’ ซึ่งไม่ใช่ตำแหน่งทางการอะไรอย่างแท้จริง มิใช่ตำแหน่ง ‘ราชครู[2]’ ด้วยซ้ำ หากว่ากันตามความเป็นจริง นั่นคือทำหน้าที่เป็นพระอาจารย์ของฮ่องเต้แต่มิได้มีตำแหน่งเป็นพระอาจารย์ของฮ่องเต้ ทว่าเจ้าตัวน่ารังเกียจอย่างสมณะหยวนจีที่ไม่เคยทำอะไรเลย ฝั่าบาทไม่เพียงพระราชทานบรรดาศักดิ์ให้เป็นโหราจารย์ แต่ยังให้มันคุมกรมพิธีการ ได้ตำแหน่งทางราชการเป็นเสนาบดีอีกด้วย หากคนแซ่เฉินมีความสามารถได้หนึ่งในสิบสองของท่านคงทนเรื่องนี้ไม่ไหวไปแล้ว ท่านรองราชครู นี่ท่านไม่รู้สึกว่าตนไม่ได้รับความเป็นธรรมเลยหรือ?”นิ้วมือของเซี่ยเวยคือนิ้วที่เกิดมาเพื่อดีดพิณ
เล็บมือสะอาดแวววาวแสดงให้เห็นความอ่อนโยน
เขาไม่ได้หยุดร้อยสาย เพียงเอ่ยว่า “