รองเสนาบดีเฉินโปรดระมัดระวังคำพูดด้วย ฝั่าบาททรงเป็นถึงเจ้าเหนือหัว พระราชดำริของพระองค์จะนำมาคาดเดากันเองได้อย่างไร? มิหนำซ้ำเวย[3]เป็นเพียงบัณฑิตผู้หนึ่ง รู้จักแค่การวางกลยุทธ์บนแผ่นกระดาษ[4]เท่านั้น ในสมัยที่ฝั่าบาทยังไม่ได้ขึ้นครองราชย์ สมณะหยวนจีได้มาเยือนตำหนักของพระองค์และเคยนั่งถกกับเวย ความหยั่งรู้ในหลักแห่งพระพุทธองค์สมดังคำเล่าลือฝั่าบาททรงแต่งตั้งให้เป็นโหราจารย์ย่อมสมเหตุสมผลอยู่แล้ว จะทรงลงทัณฑ์หรือพระราชทานรางวัลล้วนเป็นพระมหากรุณาธิคุณทั้งสิ้น แล้วจะไม่ยุติธรรมได้อย่างไร?”
เฉินอิ๋งหัวเราะทีหนึ่งคล้ายไม่แยแส “จะยุติธรรมหรือไม่ คนในราชสำนักย่อมรู้ดี ท่านโปรดชี้แนะสักหน่อยเถิด คนผู้นี้ข้าน้อยควรไต่สวนเช่นไรกันแน่?”
“ควรไต่สวนเช่นไรก็ไต่สวนเช่นนั้น”
เฉินอิ๋งขมวดคิ้ว “หากไต่สวนไม่ได้เล่า?”
“ใต้เท้าเฉินไต่สวนไม่ได้ ย่อมมีผู้ที่คิดว่าตนไต่สวนได้มารับช่วงต่อ”
เฉินอิ๋งใจสั่นสะท้านทันที บังเกิดแผนการในใจแล้วพลันวางจอกสุรา ร่างสูงค้อมกายคารวะ“ขอบพระคุณที่ท่านชี้แนะ”
เซี่ยเวยก้มหน้าร้อยสายพิณต่อไป ดีดสายเบาๆ เพื่อทดลองเสียงเป็นระยะ
เสียงดังในเหลาเฉิงเซียวขาด ๆ หาย ๆ
ดวงตะวันซึ่งลับขอบฟั้าทางทิศประจิมทอแสงสายัณห์อันอบอุ่นปกคลุมร่างเขาชั้นหนึ่ง แต่กระนั้นกลับไม่ทำให้สีหน้าเขาแปรเปลี่ยนแม้แต่น้อย เพียงทำให้เงาร่างทอดยาวไปข้างหลัง
เฉินอิ๋งรู้ว่าเขาทำพิณคันนี้มาสามปีแล้ว รักใคร่ทะนุ