เมื่อหญิงรับใช้สองคนนั้นเห็นว่าโหยวฟางอิ๋นคืนสติแล้วก็อดโล่งใจไม่ได้ คราวนี้ถึงเพิ่งรู้ตัวว่ากำลังหลั่งเหงื่อท่วมศีรษะในวันอากาศเย็นสดชื่นพวกนางยกแขนเสื้อขึ้นมาเช็ดหน้าผากอย่างอดไม่อยู่
แต่ผู้ใดจะคาดคิดว่าดวงตาของโหยวฟางอิ๋นซึ่งเพิ่งจะได้สติกลับสาดประกายโหดเหี้ยม
นางพยายามดิ้นให้หลุดออกจากคนทั้งสองก่อนจะแหกปากตะโกนลั่นว่า “ช่วยด้วย ช่วยด้วย…”
เหล่าหญิงรับใช้ตกใจจนสะดุ้งเฮือก รีบเอื้อมมือไปอุดปากนาง “เจ้าตะโกนเพ้อเจ้ออะไรน่ะ?!”
ทว่าสายเกินไปแล้ว
แม้ยามนี้โหยวฟางอิ๋นจะอ่อนระโหยโรยแรงแต่การร้องตะโกนสองครั้งกลับเหมือนใช้เรี่ยวแรงทั่วทั้งสรรพางค์กาย เสียงจึงดังก้องไปทั่วสถานที่อันเวิ้งว้างว่างเปล่าและสงบเงียบแห่งนี้
แม้โดยรอบจะเงียบสงัด แต่ก็ยังมีสาวใช้เดินลัดเลาะผ่านมาครั้นเข้ามาดูเพราะเสียงดังกล่าวก็เห็นโหยวฟางอิ๋นนอนพังพาบกับพื้นด้วยร่างอันเปียกโชกจึงเข้าใจผิดไปชั่วขณะ ไม่ทันรอให้หญิงรับใช้เหล่านั้นห้ามปรามก็ร้องเสียงดังด้วยความตกใจ“แย่แล้ว แย่แล้ว มีคนตกน้ำ!”
หญิงรับใช้เหล่านั้นโมโหจนใบหน้าเกือบคล้ำเขียว
ขณะนี้ภายในสวนเบื้องนอกเริ่มงานชมดอกเบญจมาศกันแล้ว อีกทั้งยังอยู่ห่างจากที่นี่ไม่ไกลนัก ไม่นานก็มีคนกลุ่มใหญ่กรูกันเข้ามา มีทั้งสาวใช้ภายในจวนและทั้งแขกเหรื่อที่มาร่วมงานเลี้ยงในวันนี้
เดิมทีเยี่ยนหลินกำลังสนทนากับเสิ่นเจี้ยตอนได้ยินว่ามีคนตกน้ำก็ยังไม่ใส่ใจนัก
แต่พอลองไต่ถามก็ได้รั