บรรยากาศภายในโถงรับแขกชะงักงันโดยสิ้นเชิง
ทุกคนต่างไม่กล้าวิพากษ์วิจารณ์เรื่องของราชสำนักมากนัก ทั้งยังเห็นว่าเจียงเสวี่ยหนิงมีท่าทีที่ข่มขวัญเช่นนี้อีก เป็นผลให้ไม่มีผู้ใดกล้าออกมาเป็นคนกลางไกล่เกลี่ย
ทว่าพวกนางก็อดสงสัยไม่ได้ สตรีผู้หนึ่งซึ่งสิบสี่ปีก่อนถูกเลี้ยงดูอย่างปล่อยปละละเลยนอกเมืองหลวง ไม่มีความรู้รอบตัวใด ๆ ทั้งสิ้น อาศัยอยู่เมืองหลวงได้แค่สี่ปี เหตุใดจึงทำให้คนกลัวได้ถึงเพียงนี้
โชคยังดีที่ขณะนี้เองจู่ ๆ เบื้องนอกก็มีบ่าวรีบวิ่งเข้ามารายงานด้วยสีหน้ายินดีว่า “เรียนคุณหนูหลินจืออ๋องและเยี่ยนซื่อจื่อมาถึงข้างนอกแล้วเจ้าค่ะ”
ทุกคนลืมความขัดแย้งระหว่างโหยวเย่ว์กับเจียงเสวี่ยหนิงก่อนหน้าไปทันที แม้กระทั่งโหยวเย่ว์เองก็ไม่สนใจแล้ว
เหล่าดรุณีวัยกำดัดในโถงรับแขกเริ่มสุมหัวกระซิบกระซาบ บ้างก็มีท่าทางมุ่งหวังรอคอยบ้างก็มีอาการเอียงอาย บางคนที่ขวัญกล้าหน่อยถึงกับมุ่งตรงไปข้างหน้าต่างเพื่อเมียงมองเสียด้วยซ้ำมีเพียงเจียงเสวี่ยหนิงที่พอได้ยินแล้วก็อึ้งเล็กน้อย ‘เยี่ยนหลินมาได้อย่างไรกัน?’
หลังจากนั้นก็รู้สึกปวดหัว
มิน่าเล่าวันนี้นางมาจวนชิงหย่วนปั๋อ ถึงได้เห็นคนมาร่วมงานเลี้ยงจำนวนมากขนาดนี้ ที่แท้ไม่ใช่จวนปั๋อเรืองอำนาจขึ้นมาอีกครั้ง แต่เป็นเพราะเยี่ยนหลินและเสิ่นเจี้ยจะมานี่เอง
ดีนัก…
ตอนที่นางปฏิเสธเยี่ยนหลินในวันนั้น นางหลอกเขาอย่างขอไปทีว่าจะขอพักผ่อนสักสองวันผลกลับกลายเป็นว่าพ