อถึงงานเทศกาลฉงหยางในวันที่เก้าเดือนเก้า นางกลับมาร่วมงานเลี้ยงของผู้อื่นแทน เกรงว่าอีกสักครู่ไหน้ำส้มสายชู[1]คงได้พลิกคว่ำ
งานชมดอกเบญจมาศของจวนชิงหย่วนปั๋อจัดขึ้นในสวน ถึงแม้จะแยกแขกบุรุษและสตรีออกจากกันโดยให้กลุ่มหนึ่งไปอยู่ที่โถงรับแขกส่วนอีกกลุ่มไปอยู่ศาลากลางน้ำ ทว่าแท้จริงแล้วกลับไม่ได้อยู่ห่างกันเท่าไรนัก มิหนำซ้ำขณะเดินเข้ามา ทั้งสองฝั่ายจะต้องผ่านระเบียงทางเดินยาวกลางสวนเช่นเดียวกัน
ทั้งในโถงรับแขกทั้งในศาลากลางน้ำ ต่างฝั่ายต่างมองเห็นกันอยู่ไกล ๆขณะสาวใช้ผู้นั้นเข้ามารายงาน เยี่ยนหลินและเสิ่นเจี้ยก็เดินเข้ามาจากด้านนอกแล้ว ไม่นานก็มาถึงระเบียงทางเดิน
เสิ่นเจี้ยเป็นเชื้อพระวงศ์ ความสุภาพและความงามสง่าย่อมไม่ต้องเอ่ยถึง
ส่วนเยี่ยนหลินในวันนี้ไม่ได้พกกระบี่ แต่งตัวเป็นคุณชายสูงศักดิ์อย่างหาได้ยากยิ่ง
เขาสวมชุดผ้าแพรสีฟั้าเข้ารูป มีหยกขาวชิ้นหนึ่งห้อยประดับบนเข็มขัดหนังอย่างเรียบง่ายใบหน้าหล่อเหลาประดุจหยกงาม ดวงตาแจ่มจรัสดั่งดาวประกายพรึก ท่วงท่ายามเยื้องย่างมาจากอีกฟากระเบียงทางเดินนั้นงามสง่า โดดเด่นสะดุดตาประหนึ่งดวงตะวันอันเจิดจ้าและร้อนแรง
ดรุณีน้อยซึ่งยังไม่ได้วิวาห์ภายในโถงรับแขกต่างพ้นวัยที่ไม่รู้ความไปแล้ว ครั้นมองเห็นคุณชายผู้ล้ำเลิศถึงเพียงนี้ ความสิเน่หาก็ผลิบานในจิตใจ
ด้านโหยวเย่ว์มองจนตาค้างไปแล้ว ใบหน้าแดงปลั่ง
ปีนี้นางอายุครบสิบแปด รู้ตัวว่ารูปโฉมเหนือล้ำกว่