าพี่สาว ทั้งยังอยู่ในวัยใกล้เคียงกับเยี่ยนหลิน เมื่อวานพอได้ยินว่าเยี่ยนซื่อจื่อและหลินจืออ๋องจะมาก็ลอบพิเคราะห์ว่าเยี่ยนหลินมาด้วยสาเหตุอันใดจนเกือบนอนไม่หลับทั้งคืน บัดนี้พอเห็นเยี่ยนหลินมาแล้ว ใจจึงเต้นระรัวส่งเสียงดังตึกตัก
“ว้าย!”
คุณหนูผู้หนึ่งซึ่งกำลังพิงประตูเพื่อแอบดูพลันส่งเสียงร้อง ตกใจจนยกมือปั้องปาก
“เหตุใดเยี่ยนซื่อจื่อจึงเดินมาทางนี้ล่ะ?”
ทุกคนรู้สึกประหลาดใจตามทันควัน บางคนซึ่งเดิมทีแสร้งทำตัวสงบเยือกเย็นยังอดผุดลุกขึ้นมามองออกไปไม่ได้จริงดังคาด เยี่ยนหลินยืนอยู่ตรงระเบียงทางเดิน เขาสนทนากับเสิ่นเจี้ยด้านข้างสองสามประโยค ก่อนจะพาบ่าวรับใช้ชุดดำข้างกายเดินมาทางโถงรับแขก
ทุกคนภายในห้องโถงเริ่มคาดเดากันทันที
“เยี่ยนซื่อจื่อคิดจะทำอะไรน่ะ?”
“มาหาผู้ใดหรือเปล่านะ?”
“อา คงไม่ได้มาหาคุณหนูโหยวของพวกเราหรอกนะ?”โต๊ะของพวกโหยวเย่ว์และเจียงเสวี่ยหนิงอยู่ริมหน้าต่างพอดี เป็นตำแหน่งดีที่สุดในโถงรับแขก มองเห็นภายนอกได้อย่างชัดเจน
และภายนอกก็มองเห็นเข้ามาได้เล็กน้อยเช่นกัน
พอโหยวเย่ว์ได้ยินผู้อื่นกระเซ้าก็รู้สึกยินดี แต่กระนั้นกลับแสดงสีหน้าเอียงอายระคนหงุดหงิดแสร้งทำท่าตีคนที่พูดจาเหลวไหลเหล่านั้น เพียงกล่าวว่า “พวกเจ้าอย่าพูดเหลวไหลสิ จวนของเราไม่ได้ส่งเทียบเชิญให้เยี่ยนซื่อจื่อ เมื่อวานได้รับเทียบตอบกลับของเขาแจ้งว่าจะมาวันนี้ ทุกคนในจวนยังสงสัยอยู่เลย ไม่มีผู้ใดรู้ว่าซื่อจื่อม