อียดประณีตชื้นแฉะ
เมื่อใช้มือเช็ดอีกหนก็เปือนเป็นดวง
ยามนี้โหยวฟางอิ๋นแค้นใจนักที่ตนเองมือไม้เงอะงะงุ่มง่าม และไม่กล้าใช้มือเปือน ๆ ของตนเช็ดต่อแล้วเช่นกัน นางใช้สองมือประคองถุงหอมส่งให้เจียงเสวี่ยหนิงด้วยความละอายใจและหวาดกลัว “ฟางอิ๋นโง่เขลาเบาปัญญา ชนคุณหนูและยังทำให้ถุงหอมของท่านเสียหายอีก วันหน้าข้าต้องปักชดใช้ให้คุณหนูแน่ ขอคุณหนูโปรดให้อภัยด้วยเถิดเจ้าค่ะ!”
ขณะนางยื่นมือออกไป ชายแขนเสื้อก็เลื่อนร่นเล็กน้อยข้อมือที่โผล่พ้นไม่มีบริเวณใดที่ดูได้สักนิดม่วงช้ำดำเขียวเป็นแถบ ทั้งยังหลงเหลือรอยแส้หลายแห่ง
ครั้นบ่าวนำทางเห็นนางเข้าก็ตะลึงงัน
เจียงเสวี่ยหนิงเคลื่อนสายตาจากใบหน้าไปยังข้อมือ สีหน้างุนงงมากขึ้นเรื่อย ๆ
ยังคงเป็นถังเอ๋อร์ที่มีปฏิกิริยารวดเร็วยิ่งนักเมื่อเห็นว่าเหตุการณ์ผิดปกติจึงรีบเข้ามารับถุงหอมเอาไว้ “ให้ข้าก็ได้”
เสียงฝีเท้าอันสับสนและเสียงร้องตะโกนโหวกเหวกของหญิงรับใช้วัยกลางคนหลายรายแว่วมาจากอีกฟากของระเบียงทางเดิน “แค่คนเดียวยังเฝั้าให้ดีไม่ได้! จับขังแล้วนางยังจะหนีออกมาได้อีก! ในวันสำคัญเช่นนี้เสียด้วย หากเกิดอะไรขึ้นพวกเจ้าได้เห็นดีกันแน่! เร็ว รีบไปตามหาเร็ว!”
เมื่อโหยวฟางอิ๋นได้ยิน ไหนเลยจะกล้าอยู่ต่อ
นางรีบยอบกายคารวะเจียงเสวี่ยหนิง ก่อนจะยกชายกระโปรงวิ่งห้อตะบึงไปอีกทาง กิ่งบุปผาที่ยื่นระหว่างทางกรีดแขนเสื้อและหลังมือนางแต่นางก็ไม่กล้าหยุดฝีเท้าบรรดาหญิงร