่เสียแล้ว ครั้นเงยศีรษะมองปั้ายซ้ำแล้วซ้ำเล่า ถึงค่อยมั่นใจได้ว่าที่นี่คือจวนหย่วนชิงปั๋อจริง ๆ
นางรู้สึกประหลาดใจ แต่ไม่ได้ไต่ถามสิ่งใดมากนัก
เมื่อยื่นเทียบเชิญ บ่าวรับใช้ก็พาพวกนางเดินเข้าจวน
ฝูงชนเดินผ่านระเบียงวน ระหว่างทางได้กลิ่นหอมของดอกหอมหมื่นลี้โชยมา ทั้งยังมีดอกจินจ่านจวี๋[1]งอกงามประปรายริมทาง การตกแต่งประดับประดาถือว่าบรรจงพิถีพิถัน กอปรด้วยสุนทรียภาพอยู่หลายส่วน
คิดไม่ถึงว่าเพิ่งจะเดินผ่านซุ้มประตูทรงโค้งเพื่อเข้าไปยังสวนด้านหลัง กลับมีเงาร่างผอมซูบสายหนึ่งพุ่งเข้ามามีรอยขาดและคราบสกปรกบนชุดกระโปรงสีเขียวเล็กน้อย
เป็นดรุณีที่ทำผมทรงมวยเมฆคล้อยซึ่งมีสภาพยุ่งเหยิงอยู่บ้าง ใบหน้าเต็มไปด้วยความร้อนรนกระวนกระวาย ดวงตาแดงก่ำ
เจียงเสวี่ยหนิงรู้สึกคุ้นตา ใจสั่นสะท้านขึ้นมาทันที พอเห็นอีกฝั่ายวิ่งมาด้วยความรีบร้อนลนลาน ยังไม่ทันจำได้ว่าเป็นผู้ใดและยังไม่ทันหลบหลีก ก็ถูกชนกระแทกไหล่ไปทีหนึ่ง
ถุงหอมปักลายผูกเอวเจียงเสวี่ยหนิงร่วงตกพื้นเจียงเสวี่ยหนิงยืนนิ่งไม่ไหวติง เพียงทอดสายตามองนาง
ด้านโหยวฟางอิ๋นเพิ่งจะหนีออกมาจากห้องเก็บฟืน คิดเพียงอยากจะไปพบหน้าอี๋เหนียงซึ่งกำลังล้มปั่วยหนักสักครา กลัวว่าจะไม่ได้เห็นหน้าเป็นครั้งสุดท้าย แต่ยามนี้กลับชนผู้อื่นเข้าเสียได้จึงร้อนใจจนน้ำตาไหลริน
นางรีบค้อมกายเก็บถุงหอมใบนั้นขึ้นมา
ทว่าน้ำตาที่ร่วงหล่นกลับทำให้ดอกโบตั๋นสีขาวปักด้วยฝีเข็มอันละเ