ชาตินี้เดิมทีเจียงเสวี่ยหนิงไม่คิดจะติดต่อใดๆ กับโจวอิ๋นจืออีกแล้ว
แต่ยามนี้จู่ ๆ กลับต้องมาเจอเซี่ยเวย…นางจำต้องปกปั้องตนเอง
แม้โจวอิ๋นจือจะเป็นคนถ่อย แต่ข้อดีของการคบหาคนถ่อยก็คือขอเพียงมีผลประโยชน์ย่อมร่วมทางกันได้ ต่างคนต่างได้รับสิ่งที่ต้องการ
เรื่องที่นางมาหาเจียงปั๋อโหยวและใช้ตำราเรียนสำหรับเด็กมาอ้างเป็นสมุดบัญชีเพื่อสร้างบารมี ณ วันนี้ เกรงว่าเซี่ยเวยคงเห็นแล้ว แม้ว่านางจะไม่ถึงขั้นวางแผนล้ำลึก แต่ก็เป็นคนละเรื่องกับคำว่า ‘ไม่ฉลาด’ สามพยางค์นี้แน่
ชาติก่อนนางไม่ใช่คนเจ้าเล่ห์เจ้าแผนการจริงๆ ซ้ำยังไม่รู้เรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับเมืองหลวงและราชสำนักแม้แต่น้อย
อายุสิบสี่ยังไม่ถึงสิบห้าปี กำลังสับสนหลงทางกับชะตาชีวิตที่ตนเองเผชิญอยู่ เพราะไม่รู้ว่าบิดามารดาแปลกหน้าผู้กำลังรอนางที่เมืองหลวงมีรูปร่างหน้าตาเช่นไร ทั้งยังต้องประสบเหตุก่อจลาจลของนิกายสวรรค์จนติดอยู่กลางปั่าพร้อมเซี่ยเวย นางจึงมีแต่ความหวาดหวั่นลนลาน ไหนเลยจะยังมีแก่ใจไปขบคิดความนัยอันลึกซึ้งซึ่งแฝงอยู่ในคำพูดของคนปั่วยได้อีกเล่านางเคยได้ยิน แต่ลืมไปแล้วจริง ๆ
ต่อมาเมื่อเค้นสมองคิด ก็พบว่าพอฝืนจำได้เพียงคำพูดที่ว่า ‘อุปนิสัยของเสิ่นหลางไม่อาจแบกรับหน้าที่อันยิ่งใหญ่’ และ ‘ราษฎรเป็นมนุษย์ เจ้าผู้ปกครองก็เป็นมนุษย์’ แบบนี้เท่านั้น
ทว่าเซี่ยเวยในชาติก่อนหยั่งเชิงนางถึงสามครั้งกว่าจะยอมเลิกรา ชาตินี้แม้จะผ่านมาถึงสี่ปีแ